การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ถึงนักศึกษา บุคลากร และชาว มจธ.

เว็บไซต์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ มจธ. จะเป็นสื่อกลางที่มีข้อมูลครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมาย ในการที่จะร่วมกันพัฒนา มจธ.ของเรา ให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืนภายใต้กรอบการทำงาน “มจธ. มหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืนตาม SDGs 2030” ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรง ร่วมใจ ของเราชาว มจธ. ที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยสีเขียว ตามข้อกำหนดของ SDGs

สำหรับนักศึกษาปัจจุบันและนักศึกษารุ่นใหม่ ความยั่งยืนถือเป็นประเด็นหลักที่เรามุ่งเน้นบ่มเพาะนักศึกษาที่มีหัวใจสีเขียว มจธ. มีเป้าประสงค์หลักที่จะให้ความรู้แก่นักศึกษาของเรา และส่งเสริมให้พวกเขาได้เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้มีสภาวะแวดล้อมสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ที่จะช่วยให้นักศึกษาได้คิด สร้างสรรค์ พัฒนาปรับปรุงโลกให้กับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นใหม่ในอนาคต

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น เราจะมิได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเพียงเท่านั้นหากแต่ต้องให้ความรู้แก่นักศึกษาและทำงานร่วมกับบุคลากรของเรา เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความสำนึกในด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มจธ. ได้ดำเนินการโครงการการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน อาทิ งดใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ลดการใช้พลังงาน การรีไซเคิลขยะ มีคาเฟ่สารพัดช่าง (Repair Cafe’) บริการซ่อมแซมสิ่งของที่เสียหาย ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำและขยะ ใช้ระบบการบริหารจัดการยานพาหนะแบบอัจฉริยะ รวมทั้งเริ่มก่อสร้างอาคารสีเขียว ซึ่งจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการก่อสร้างและการปรับปรุงอาคารใหม่ เป็นต้น

โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการยอมรับเป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงในระดับสากลอีกด้วย มจธ. มีความเป็นเลิศทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอนและด้านการวิจัย และยังมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้และส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากร ก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว และปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีด้านระบบการจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ที่จะสามารถส่งเสริมการพัฒนาความยั่งยืนในมหาวิทยาลัยของเราและขยายไปสู่ชุมชนรอบข้าง และสังคมในวงกว้าง เพื่อให้เราทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มหาวิทยาลัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็นผู้นำเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกิจกรรมทั้งหมดโดยอาศัยการดำเนินงาน การสอน และการวิจัย แผนกลยุทธ์การพัฒนาที่ยั่งยืนของมจธ.

สำหรับปีงบประมาณ 2553-2563 – แผนกลยุทธ์ปี 2559-2563 ได้มีการแก้ไขใหม่โดยมีพื้นฐานและข้อมูลมาจากความสำเร็จของการทำแผนพัฒนาเมื่อห้าปีแรกของกลยุทธ์นี้ โดยแผนกลยุทธ์ฉบับแก้ไขนี้มุ่งไปที่ประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยความพยายามเพิ่มมากขึ้นทั้งทางด้านความปลอดภัย การติดตั้ง และการใช้อุปกรณ์อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ภายในมหาวิทยาลัย เป้าหมายของแผนกลยุทธ์การพัฒนาที่ยั่งยืนของมจธ. สำหรับปีงบประมาณ 2553-2563 แผนกลยุทธ์ฉบับแก้ไขนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีหัวใจสีเขียว และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ที่มุ่งเน้นไปการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกใน มจธ. แผนกลยุทธ์ฉบับแก้ไขนี้เน้นไปที่ องค์ประกอบหลักๆ 6+1 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบด้านโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ด้านของเสีย ด้านน้ำ ด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ และด้านความปลอดภัย

“ในปี พ.ศ. 2561 มจธ. ให้การส่งเสริมกิจกรรมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนโดยใช้เป้าหมายกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนกับบุคคล จำนวน 20,137 คน ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษา จำนวน 16,936 คน และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย จำนวน 3,201 คน ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดไว้โดยนำเอาแนวคิดด้านการเข้าร่วมมาใช้”

พื้นที่การศึกษาของ มจธ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มี 4 พื้นที่การศึกษา ซึ่งมีพื้นที่รวมแล้ว 2,556,192.00 ตารางเมตร ประกอบด้วย

  • มจธ. บางมด 227,560 ตารางเมตร
  • มจธ. บางขุนเทียน 538,376.00 ตารางเมตร
  • มจธ. ราชบุรี 1,787.200 ตารางเมตร
  • มจธ. (อาคารเคเอกซ์) 3,056.00 ตารางเมตร

การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสภาพอากาศ

การดำเนินงานเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสภาพอากาศของ มจธ. จะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆ ที่เป็นไปตามเป้าหมายที่ 7 – พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเป้าหมายที่ 13 –  การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของ SDGs 2030 เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานที่มีราคาไม่สูงนัก เชื่อถือได้ ยั่งยืน และเป็นพลังงานรุ่นใหม่ มจธ. ให้ความสนใจกับปัญหาด้านการใช้พลังงานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และได้จัดทำนโยบายว่าด้วยเรื่องของการลดการใช้พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน การก่อสร้างอาคารอัจฉริยะ/อาคารสีเขียว การใช้พลังงานไฟฟ้าโดยรวม โครงการอนุรักษ์พลังงาน โครงการปรับเปลี่ยนและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นอกจากนั้น มจธ. ยังมีแผนที่จะส่งเสริมการวิจัยและเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด รวมทั้งเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีขั้นสูง และเทคโนโลยีที่ใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงซึ่งมีความสะอาดมากกว่า ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

การจัดการขยะ

การจัดการขยะถือเป็นเป้าหมายด้านหนึ่งที่มีความสำคัญในแผนดำเนินงาน SDGs 2030 โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในเรื่องของเมืองและถิ่นฐานมนุษย์ที่ยั่งยืน (SDG 11) การบริโภคและการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) และการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (SDG 14) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • SDG 11.6 ในปี 2573 จะต้องลดผลกระทบด้านลบที่เกิดจากผลกระทบของชุมชนเมืองที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะรวมถึงการให้ความใส่ใจเป็นกรณีพิเศษต่อคุณภาพของอากาศรวมทั้งการจัดการขยะชุมชนและขยะประเภทอื่น
  • SDG 12.4 ในปี 2563 จะต้องประสบความสำเร็จในเรื่องของการบริหารจัดการในเชิงสิ่งแวดล้อมทั้งในเรื่องของขยะเคมีและขยะทุกประเภทตลอดวัฏจักรชีวิต โดยเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานระหว่างประเทศที่ได้รับความเห็นชอบ อีกทั้งยังต้องลดการปะปนของขยะดังกล่าวในอากาศ น้ำ และดิน เพื่อที่จะลดผลกระทบในเชิงลบที่มีต่อสุขภาพของผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด
  • SDG 12.5 ในปี 2573 จะต้องลดการสร้างขยะได้อย่างเป็นที่ประจักษ์ด้วยการป้องกัน การลดจำนวน การนำขยะกลับมาแปรรูปเพื่อใช้ใหม่ และการนำขยะกลับมาใช้ซ้ำ
  • SDG 14.1 ในปี 2568 จะต้องสามารถป้องกันและลดมลภาวะทุกประเภทในแม่น้ำได้อย่างเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการบนพื้นดิน ซึ่งจะรวมถึงขยะในแม่น้ำและมลภาวะที่เกิดจากธาตุอาหารพืช

การพัฒนาระบบการจัดการขยะที่ครบวงจรรวมทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13)

ขยะ

ขยะเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมระดับชาติอีกปัญหาหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม มจธ. เป็นสถาบันการศึกษาอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญจากขยะที่เป็นพิษและขยะชุมชนจึงได้พยายามที่จะลดผลกระทบดังกล่าวช่วยประหยัดทรัพยากรและต้นทุนของมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด ดังนั้น ระบบการบริหารจัดการขยะของมจธ. จะมุ่งเน้นไปที่ขยะอันตราย ขยะชุมชน น้ำเสีย 

ระบบการจัดการขยะอันตรายในมจธ.

โดยส่วนใหญ่แล้วขยะอันตรายในมจธ. มาจากขยะในห้องปฏิบัติการทดลอง  การดำเนินงานในห้องปฏิบัติการทดลองเพื่อการศึกษาและการวิจัยกิจกรรมหลักขยะอันตรายใน มจธ. การกำจัดขยะอันตรายโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมถือเป็นปัญหาระดับชาติซึ่งสร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อมและสร้างอันตรายให้กับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์ ดังนั้นจึงได้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการขยะอันตรายขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาไว้ซึ่งความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย 

ระบบการจัดการขยะชุมชนในมจธ.

ขยะชุมชนถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะต้องประสบซึ่งจะรวมถึงสถาบันการศึกษา การเพิ่มขึ้นของขยะชุมชนในแต่ละปีนำมาสู่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มจธ. ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ได้รับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ซึ่งจะรวมถึงขยะชุมชนจึงพยายามที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ด้วยการจัดการขยะอันตรายและขยะชุมชนซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด 

ระบบจัดการน้ำเสียในมจธ.

การจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากอาคารวิจัย อาคารเรียน และบ่อน้ำธรรมชาติจำเป็นที่จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับในการระบายน้ำเสียเพื่อที่จะตรวจสอบคุณภาพของน้ำเป็นประจำทุกเดือนและทำการบำบัดก่อนที่จะระบายลงสู่ท่อน้ำสาธารณะผ่านทางโรงบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานครที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย สำหรับในส่วนของการตรวจสอบคุณภาพน้ำ น้ำที่ปล่อยออกมาจากโรงบำบัดน้ำเสียในแต่ละอาคารก็จะได้รับการตรวจวิเคราะห์เป็นประจำทุกเดือนโดยทีมงานของนักศึกษา

การบริหารจัดการน้ำ

น้ำและ SDG 2030

+ คนจำนวนมากยังขาดแคลนการเข้าถึงระบบการจัดการอุปกรณ์สำหรับดื่มน้ำที่ปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยต่างๆ ปัญหาขาดแคลนน้ำ น้ำท่วม และระบบการจัดการน้ำเสียที่ยังไม่เหมาะสมนั้น ยังคงส่งผลและกีดขวางการพัฒนาทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำและการพัฒนาการจัดการน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความสมดุลในการแข่งขัน และเพิ่มความต้องการของน้ำในหลายๆภูมิภาคและในผู้บริโภคด้วย ผลจากแบบสำรวจแสดงว่า 157 ประเทศทั่วโลกได้มีการใช้งานและมีการบูรณาการการจัดการทรัพยากรน้ำถึง 48 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2560-2561

+ จากฐานข้อมูลอ้างอิงแสดงว่า มี 62 ประเทศจากทั้งหมด 153 ประเทศทั่วโลก ที่มีเขตกั้นน่านน้ำข้ามพรมแดนเดียวกัน เปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของลุ่มน้ำข้ามพรมแดนระหว่างชาติที่ถูกปกป้องคุ้มกันโดยการจัดการเชิงปฏิบัติการมีเพียง 59 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในปี 2560

ที่มา – รายงานจากเลขาธิการ รายงานเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนประจำปี 2561

นโยบายการอนุรักษ์น้ำของมจธ.

  • ลดการใช้น้ำประปาลงร้อยละ 30 ในปี 2573 เมื่อเทียบกับอัตราการใช้น้ำในปี 2549
  • เพิ่มการใช้น้ำฝน/การใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติขึ้นร้อยละ 20 ในปี 2563
  • จัดทำโครงการการแปรรูปน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีสุขอนามัยและการใช้น้ำร้อยละ 50 ในอาคารใหม่นับตั้งแต่ปี 2548
  • บรรลุเป้าหมายเรื่องน้ำดื่มปลอดภัยและน้ำเสียกลายเป็นน้ำสะอาดในมหาวิทยาลัยในปี 2560

การคมนาคมขนส่ง

ถึงแม้ว่าการคมนาคมอย่างยั่งยืนแบบนี้ได้ถูกบรรจุเป็นอีกหัวข้อหนึ่งในแผน SDGs 2030 หากแต่เป้าหมายในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญต่อวิธีการทั้งทางตรงและทางอ้อมที่นำมาใช้ในหัวข้อแผน SDG ที่นำเสนอ โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านความปลอดภัยทางด้านอาหาร สุขภาพ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เมือง และมนุษย์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งนี้ บริการและโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะบรรลุเป้าหมายตามแผน SDG ส่วนใหญ่ แม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมดก็ตาม ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ 

เป้าหมาย SDG ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม

แผนงาน 2030 ได้ระบุว่าระบบการคมนาคมที่ยั่งยืน รวมทั้งการเข้าถึงบริการด้านพลังงานที่มีต้นทุนที่เหมาะสม เชื่อถือได้ ยั่งยืน และเป็นพลังงานรุ่นใหม่ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและปรับเปลี่ยนได้ และนโยบายอื่นๆ ที่เป็นตัวเพิ่มความสามารถในการผลิต จะช่วยสร้างรากฐานด้านเศรษฐกิจที่แข็งแรงให้กับทุกประเทศ รายละเอียดได้ระบุถึงเป้าหมาย 5 ประการซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาคส่วนการคมนาคมโดยตรง รวมทั้งเป้าหมายอีก 7 ประการที่มีความสัมพันธ์ทางอ้อมกับภาคส่วนการคมนาคม 

การคมนาคมจะมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับเป้าหมาย 5 ประการในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน (เป้าหมายที่ 3.6) การประหยัดพลังงาน (เป้าหมายที่ 7.3) โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน (เป้าหมายที่ 9.1) การเข้าถึงชุมชนเมือง (เป้าหมายที่ 11.2) และการส่งเสริมด้านเชื้อเพลิงจากเศษซากดึกดำบรรพ์ (เป้าหมายที่ 12) ที่มีการเน้นย้ำว่าการคมนาคมที่ยั่งยืนไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์ในด้านนั้นแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่จะมีความสำคัญในการช่วยให้บรรลุเป้าหมายตามแผน SDG อีกเป็นจำนวนมาก 

การคมนาคมยังมีส่วนสัมพันธ์ทางอ้อมกับเป้าหมาย SDG 7 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร (เป้าหมายที่ 2.3) มลภาวะทางอากาศ (เป้าหมายที่ 3.9) การเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัย (เป้าหมายที่ 6.1) เมืองแห่งความยั่งยืน (เป้าหมายที่ 11.6) การลดความสูญเสียในเรื่องของอาหาร (เป้าหมายที่ 13.1) และการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (เป้าหมายที่ 13.2)

การศึกษาและการเรียนรู้


เป้าหมายของแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับการเข้าเรียนที่โรงเรียนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังใส่ใจในเรื่องความรู้ ทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน เพื่อช่วยสังเกตความต้องการทางด้านนี้ แผนพัฒนาได้มีการออกแบบแบบสำรวจทักษะด้านต่าง ๆ ของผู้ใหญ่ (Survey of Adult skills) โดยแบบสำรวจระดับนานาชาตินี้ ได้แสดงผลการสำรวจออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2556 จากการประเมิณผู้ใหญ่ครอบคลุมถึง 33 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นส่วนหนึ่งของ PIAAC ที่ซึ่งทำการสำรวจและประเมิน โดยตัวประเมินนี้ใช้วัดสมรรถนะหรือทักษะของผู้ใหญ่ในด้านองค์ความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานรายบุคคล เพื่อนำไปสู่การทำงานที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมต่อสังคม และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจ



“สำหรับนักศึกษาปัจจุบันและนักศึกษารุ่นใหม่ ความยั่งยืนถือเป็นประเด็นหลักที่เรามุ่งเน้นบ่มเพาะนักศึกษาที่มีหัวใจสีเขียว มจธ. มีเป้าประสงค์หลักที่จะให้ความรู้แก่นักศึกษาของเรา และส่งเสริมให้พวกเขาได้เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้มีสภาวะแวดล้อมสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ที่จะช่วยให้นักศึกษาได้คิด สร้างสรรค์ พัฒนาปรับปรุงโลกให้กับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นใหม่ในอนาคต เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น เราจะมิได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเพียงเท่านั้นหากแต่ต้องให้ความรู้แก่นักศึกษาและทำงานร่วมกับบุคลากรของเรา เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความสำนึกในด้านสิ่งแวดล้อม”

ในขณะนี้ โลกของเรากำลังประสบกับความท้าทายในการที่จะกำหนดตัวชี้วัดด้านการศึกษาซึ่งจะครอบคลุมถึงการเข้าถึง ความเท่าเทียม และคุณภาพสำหรับการศึกษาในทุกระดับที่สามารถวัดค่าและตรวจติดตามได้ตลอดเวลาและอยู่ในระดับโลก สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และหน่วยงานและระหว่างประเทศมากมาย อาทิ UNESCO รวมทั้งสถาบันสถิติของ UNESCO (UIS) UNICEF ธนาคารโลก และ OECD ก็ได้ให้ความช่วยเหลือแก่สภาการศึกษาโลกและคณะกรรมการสถิติของสหประชาชาติเพื่อพัฒนาในส่วนนี้

ด้านความปลอดภัย

ความปลอดภัยถือเป็นหนึ่งในบทบาทที่สำคัญสำหรับความยั่งยืนซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ได้มีการนำเอาเป้าหมายเรื่องความปลอดภัยในท้องถนนมารวมไว้ในข้อกำหนดที่ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาเพื่อความยั่งยืนฉบับใหม่ตามที่หน่วยงานที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติในนิวยอร์กนำเอามาใช้ เป้าหมายเฉพาะเพียงอย่างเดียวในเรื่องของสุขภาพก็คือการลดการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 50 ในปี 2563 และเป้าหมายในเรื่องของการคมนาคมที่ยั่งยืนในเมืองในหัวข้อเป้าหมายเรื่องชุมชนเมืองก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของชุมชนเมืองที่มีความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลกสำหรับพื้นที่สำคัญ ทั้งนี้ SDG ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อ “กระตุ้นให้มีการดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความสำคัญกับมนุษยชาติและโลก”

ย่อหน้าสุดท้ายของเนื้อหาในแต่ละเป้าหมาย ซึ่งผู้นำของโลกนำเอามาใช้อย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดในนิวยอร์กก็คือ 

เป้าหมายที่ 3 

ทำให้แน่ใจว่าผู้คนทุกเพศทุกวัยมีสุขภาพดีและได้รับการส่งเสริมให้มีความเป็นอยู่ที่ดี 

3.6 ในปี 2563 จำนวนของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว (ในเป้าหมายด้านสุขภาพ เป้าหมายเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนถูกจัดไว้ให้อยู่ในระดับเดียวกันเป้าหมายอื่นๆ ที่สำคัญ ซึ่งจะรวมถึงการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ และความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม เป้าหมาย SDG ในปี 2563 จะไปไกลกว่าเป้าหมายสำหรับปี 2563 ที่กำหนดไว้ในส่วนของ ทศวรรษแห่งการดำเนินงานอย่างจริงจังของสหประชาชาติในส่วนของความปลอดภัยบนท้องถนนเพื่อที่จะ “คงจำนวนและลดจำนวน” การเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน) 

เป้าหมายที่ 11 

ทำให้การจัดการด้านเมืองและมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย ปรับเปลี่ยนได้ และยั่งยืน – 11.2 – ในปี 2573 จะจัดให้มีการเข้าถึงระบบการคมนาคมที่ปลอดภัย มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เข้าถึงได้ และยั่งยืนสำหรับทุกคน มีการปรับปรุงพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนน มีการขยายระบบคมนาคมสาธารณะ ซึ่งจะมีการให้ความใส่ใจเป็นพิเศษต่อความต้องการของบุคคลที่ด้อยโอกาส ผู้หญิง เด็ก บุคคลทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ ในส่วนของประเด็นเรื่องความปลอดภัย เป้าหมาย SDG ที่เกี่ยวข้องอันมีส่วนเกี่ยวพันกับสุขภาพและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานBugaboo อยู่ในเป้าหมายที่ 3 8 และ 16 ของ SDG

เป้าหมายที่ 3 

3.9 ในปี 2573 จะมีการลดจำนวนของผู้เสียชีวิตและผู้เจ็บป่วยอันเนื่องมาจากสารเคมีอันตรายรวมทั้งมลภาวะทางด้านอากาศ น้ำ และดิน รวมทั้งการปนเปื้อนให้เป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนการส่งเสริมให้มีการนำเอากรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบมาบังคับใช้ในทุกประเทศตามความเหมาะสม 

เป้าหมายที่ 8 

8.8 คุ้มครองสิทธิของแรงงานและส่งเสริมให้รายงานทุกคนทำงานในสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและปราศจากอันตราย ซึ่งจะรวมถึงแรงงานชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานชาวต่างประเทศที่เป็นหญิง และบุคคลที่ทำงานที่อันตราย 

เป้าหมายที่ 16 

16.6 พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล ตรวจสอบได้ และโปร่งใสในทุกระดับ 

KMUTT มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกกิจกรรมของเราตั้งแต่การดำเนินงานการสอนจนถึงการทำวิจัย ภาระผูกพันของเราคือ

+ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและยั่งยืนให้เป็นแบบอย่างด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมระบบการจัดการความปลอดภัยและเป็นเวทีการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน

+ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนและเพื่อนร่วมงานของเรากลายเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยชุมชนและสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการนำแนวคิด SEP สำหรับ SDG มาใช้

+ มุ่งมั่นในการปรับปรุงระบบการจัดการพลังงานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้เกิดความยั่งยืนสำหรับทุกคน


แม้เราจะประสบความสำเร็จมาก่อน แต่การตัดสินใจที่ยากยังคงอยู่ในอนาคต โครงการสีเขียวจำนวนมากมักต้องการการลงทุนล่วงหน้าสูง อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับโครงการสีเขียวและยั่งยืนนั้นมักจะอยู่ในระยะยาวด้วยผลตอบแทนที่หลากหลายและหลากหลายซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคตและยั่งยืนสำหรับ KMUTT ฉันขอขอบคุณสมาชิกและเพื่อนของ KMUTT สำหรับสิ่งที่คุณประสบความสำเร็จในแต่ละวันเพื่อช่วยให้มจ ธ . เติบโตอย่างยั่งยืนและให้การศึกษาแก่บัณฑิตของเราเพื่อให้มั่นใจว่าอนาคตของพวกเขาจะยั่งยืนเช่นกัน

เว็บไซต์

Top