

ศูนย์พัฒนามาตรฐานและทดสอบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (CSSC) ภายใต้สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตพลังงานขนาดเล็กและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับ เพื่อร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (PV System) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) มุ่งยกระดับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุณยพัต สุภานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจธ. พร้อมด้วย ดร.ธีรยุทธ์ เจนวิทยา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนามาตรฐานและทดสอบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (CSSC) ร่วมลงนามกับ ดร.กล้าหาญ สุขไสว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) และ นายวรยศ ทองตัน กรรมการ บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.เยาวณี แสงพงศานนท์ ศูนย์พัฒนามาตรฐานและทดสอบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ และนายจตุรงค์ กรเวช ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงไฟฟ้า บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม SILK 2 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางคณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุณยพัต สุภานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจ พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศในอนาคต”
ด้าน ดร.กล้าหาญ สุขไสว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ CSSC และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า และเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจพลังงานสะอาดด้วยการใช้ข้อมูลและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ”
ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการนำเทคโนโลยี AI และ ML มาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และคาดการณ์สมรรถนะของระบบผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนระบบการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance)เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและมีความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งยังมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในอนาคต