


“ออกเรือแต่ละครั้ง ต้นทุนค่าน้ำมันเกิดขึ้นทันที แต่จำนวนปลาที่จับได้กลับขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ไม่แน่นอน” นี่คือความท้าทายสำคัญที่ชาวประมงพื้นบ้านต้องเผชิญ ยิ่งในปัจจุบันที่สภาพอากาศและสภาพทะเลแปรปรวนมากขึ้น ฤดูกาลและแหล่งสัตว์น้ำคาดการณ์ได้ยากกว่าเดิม การทำประมงจึงยิ่งท้าทาย จนบางครอบครัวตัดสินใจเลิกทำอาชีพนี้ ขณะที่ชาวประมงเรือเล็กยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือตรวจจับราคาสูงอย่างโซนาร์ การออกเรือจึงต้องพึ่งพาประสบการณ์ส่วนบุคคลในการประเมินสภาพทะเล การอ่านกระแสน้ำ และลม ในการค้นหาแหล่งปลาเป็นหลัก
ปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นของ “SIRINAPHA: Baan-Pla Link (บ้าน-ปลา ลิงก์)” แพลตฟอร์มข้อมูลดาวเทียมและ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับประมงพื้นบ้าน พัฒนาโดย “ทีมเพื่อแม่แพ้บ่ได้” ซึ่งประกอบด้วย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้แก่ นายธีรเทพ ใหญ่สูงเนิน (เขี้ยวกุด) จากภาควิชาวิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด นายวสิษฐ์พล พร้าโมต (นินจา) และนางสาวยาลิกา สะอาดเมือง (ไข่มุก) จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี โดยมี ดร.จิรวิทย์ ปราถน์วิทยา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด และ น.สพ.ดร.สนัด วงศ์ทวีทอง อดีตผู้จัดการกองทุน TedFund เป็นที่ปรึกษา
โดยทีมได้นำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประมวลผลเพื่อหา ดัชนีชี้เป้าประมง (Fishery Suitability Index: FSI) เพื่อประเมินพื้นที่ที่มีแนวโน้มเหมาะต่อการจับปลาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิผิวน้ำ คลอโรฟิลล์ ความลึก ข้างขึ้นข้างแรม และฤดูกาล ก่อนแปลงข้อมูลซับซ้อนเป็นแผนที่สีและจุดแนะนำที่ชาวประมงเข้าใจและใช้วางแผนก่อนออกเรือได้ง่ายขึ้น
เขี้ยวกุด ในฐานะผู้ดูแลระบบข้อมูลดาวเทียมและ AI เล่าว่า ความท้าทายในการทำงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การจัดการกับข้อมูลดาวเทียมจำนวนมาก แต่คือการทำให้ข้อมูลจากอวกาศเดินทางไปถึงมือชาวประมงเรือเล็กและสามารถใช้งานได้จริง “ข้อมูลดาวเทียมมีพลังมาก แต่จะไม่มีความหมายเลย ถ้าชาวประมงเรือเล็กไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง หน้าที่ของเราคือแปลภาพจากอวกาศให้เป็นคำตอบง่าย ๆ ว่า วันนี้ออกเรือคุ้มไหม และควรไปตรงไหนดี เราพยายามเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชาวประมงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลดการค้นหาแหล่งปลาแบบลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสให้การออกเรือแต่ละครั้งคุ้มค่ากับต้นทุนที่ต้องเสียไป”
อีกโจทย์สำคัญของ SIRINAPHA คือ ทำอย่างไรให้เทคโนโลยีใช้งานง่ายและเข้ากับชีวิตประจำวันของชาวประมง ทีมจึงลงพื้นที่พูดคุย สังเกตการทำงาน และออกเรือไปพร้อมกับชาวประมง ก่อนเลือกพัฒนาบริการบน LINE ซึ่งเป็นช่องทางที่ชาวประมงคุ้นเคย ทุกเช้าก่อนออกเรือ ระบบจะส่งพิกัดพื้นที่เป้าหมาย พร้อมข้อมูลความเสี่ยงจากลม คลื่น และสภาพอากาศ เพื่อช่วยวางแผนก่อนออกทะเล นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังสามารถปักหมุด วางแผนเส้นทาง ดูน้ำขึ้นน้ำลง คำนวณค่าน้ำมัน บันทึกผลการจับปลา และจำแนกชนิดปลาจากภาพได้ในที่เดียว
“เราออกแบบจากการเข้าไปคลุกคลีกับชาวประมงกว่า 40 วัน นั่งคุยกับชาวประมงตั้งแต่ที่ท่าเรือ จนไปออกทะเลไปกับชาวประมงจริง ๆ เพื่อให้เห็นวิธีคิด วิธีการใช้เครื่องมือของพวกลุงๆ ไม่ได้คิดกันเองอยู่ในห้องแล็บ เพราะเป้าหมายคือให้พวกลุง ๆ หยิบมือถือขึ้นมาแล้วใช้งานแพลตฟอร์มนี้ได้ทันที” นินจา ผู้รับผิดชอบด้าน Product Design & Field Work กล่าว


และเพื่อทดสอบการใช้งานจริง ทีมได้นำระบบไปทดลองใน 6 พื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ พื้นที่ตำบลมหาชัย พื้นที่ตำบลท่าฉลอม พื้นที่ตำบลบ้านกำพร้า พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก พื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ และ บริเวณปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน ทดลองนำร่องร่วมกับชาวประมง 30 คน เรือประมงพื้นบ้านจำนวน 12 ลำ พบว่า เรือจำนวน 10 ลำ คิดเป็นร้อยละ 83 จากทั้งหมด 12 ลำ สามารถจับปลาได้จำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสถิติการจับปลาเดิมก่อนใช้ระบบ (Baseline) ขณะที่การเดินเรือไปยังพื้นที่เป้าหมายช่วยลดการใช้น้ำมันได้ประมาณร้อยละ 18–30 ที่สำคัญแพลตฟอร์มสามารถพยากรณ์สภาพอากาศเบื้องต้นได้ล่วงหน้าถึง 7 วัน ทำให้ง่ายต่อการวางแผนการจับปลาของชาวประมง โดยทีมย้ำว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนประสบการณ์ของชาวประมง แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่นำข้อมูลดาวเทียมมาเสริมความรู้เรื่องทะเล เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนและประกอบการตัดสินใจก่อนออกเรือ
ด้านไข่มุก ผู้ดูแลด้าน Project Finance & Sustainabilityกล่าวเสริมว่า อีกเป้าหมายของ SIRINAPHA คือ ทำให้ รายได้ของชาวประมงเติบโตไปพร้อมกับการดูแลทะเล เพราะการทำประมงที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การจับปลาให้ได้มากที่สุด แต่คือการลดต้นทุน ลดการเดินเรือที่ไม่จำเป็น และใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม “เราอยากให้ชาวประมงมีรายได้ที่มั่นคง โดยไม่ต้องแลกกับการใช้ทรัพยากรทะเลมากเกินไป SIRINAPHA จึงมุ่งช่วยลดต้นทุน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน และลดการปล่อยคาร์บอน โดยเริ่มพิสูจน์แนวคิดจากจังหวัดสมุทรสาครก่อนต่อยอดไปสู่โครงข่ายข้อมูลประมงที่ชุมชนอื่น ๆ ในภูมิภาคสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้”




ดร.จิรวิทย์ ปราถน์วิทยา อาจารย์ที่ปรึกษา มองว่า การได้ทำงานในพื้นที่จริง คือห้องเรียนที่สำคัญของนักศึกษา เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การทำให้แพลตฟอร์มนี้ทำงานได้ แต่ต้องทำให้ชาวประมงเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง “เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่อยู่ในหนังสือกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่เหมือนกัน การได้ลงพื้นที่ เห็นปัญหา และฟังเสียงของผู้ใช้ คือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน และเป็นสิ่งที่จะทำให้นวัตกรรมตอบโจทย์คนได้จริง”


หลังผลงานสามารถคว้า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากโครงการฮักแม่ HACKATHON ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมรับทุนพัฒนา 100,000 บาท ทางทีมได้วางเป้าหมายต่อยอดระบบให้ครอบคลุมพื้นที่ทะเลทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อื่นนำไปใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังอยู่ในช่วงพิสูจน์ประสิทธิภาพของข้อมูลดาวเทียมและ AI จึงต้องทดลองในพื้นที่ ฤดูกาล และสภาพทะเลที่หลากหลายขึ้น รวมถึงอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานด้านเทคโนโลยี ภาคธุรกิจ และชุมชนชาวประมง เพื่อให้ระบบตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มชาวประมงขนาดเล็กในชุมชนสมุทรสาครเข้าร่วมโครงการทดลองใช้ “SIRINAPHA: Baan-Pla Link” แล้วกว่า 100 ครัวเรือนได้รับผลตอบรับที่ดีสามารถจับปลาได้มากขึ้น
แม้แพลตฟอร์ม SIRINAPHA จะไม่สามารถขจัดความเสี่ยงจากสภาพอากาศและความไม่แน่นอนของท้องทะเลได้ทั้งหมด แต่เข้ามาเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ด้วยการนำข้อมูลอวกาศและเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนร่วมกับประสบการณ์และภูมิปัญญาของคนทะเล กลายเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนออกเรืออย่างเป็นระบบ ลดการเดินเรือที่ไม่จำเป็น จัดการต้นทุนน้ำมัน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เพื่อให้ประมงพื้นบ้านสามารถทำมาหากินและปรับตัวได้ดีขึ้น ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

