Who’s News Collective Impact

NT ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มจธ. จัดประชุมระดมความเห็น กลุ่มสินค้าประมงและปศุสัตว์ เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบรองรับ NSW

9SDG 917SDG 17
28 ต.ค. 2026
แชร์: f X LINE
NT ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มจธ. จัดประชุมระดมความเห็น กลุ่มสินค้าประมงและปศุสัตว์ เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบรองรับ NSW

เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดการประชุมระดมความเห็น กลุ่มสินค้าประมงและปศุสัตว์ ภายใต้ “โครงการศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์” ณ ห้อง BB 205 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัล NT เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม โดยระบุว่า NT ได้พัฒนาดิจิทัลโซลูชันผ่านแพลตฟอร์มกลาง THAI NSW เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการสินค้าประมงและปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุมัติการเคลื่อนย้ายสินค้าตามกฎหมาย และใบรับรองสุขอนามัยที่ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อสัตว์และสัตว์น้ำต่อประเทศปลายทาง ซึ่งช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านตรวจเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังเผชิญอุปสรรคทั้งด้านกฎหมายและด้านการปฏิบัติงาน เช่น ความซ้ำซ้อนของเอกสาร ขั้นตอนการอนุมัติใบอนุญาตระหว่างหลายหน่วยงาน และความไม่ยืดหยุ่นของรหัสพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลา ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการอำนวยความสะดวกทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการประชุมในวันนี้จึงเป็นรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบกฎหมายต่อไป

จากนั้น ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มจธ. บรรยายภาพรวมกลุ่มสินค้าประมงและปศุสัตว์ โดยสรุปสินค้าและพิกัดศุลกากรภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน กล่าวคือ กรมประมงกำกับดูแลสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ สัตว์คุ้มครองตามอนุสัญญา CITES ปัจจัยการผลิตด้านประมง และอาหารสัตว์จากสัตว์น้ำ เช่น ปลาป่น ภายใต้ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ส่วนกรมปศุสัตว์กำกับดูแลเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ สัตว์มีชีวิตและเชื้อพันธุ์ หนังสัตว์ ผลพลอยได้จากสัตว์ ไข่ น้ำผึ้ง ยาและสารเคมีสำหรับปศุสัตว์ และอาหารสัตว์ ภายใต้ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เช่น ข้าวโพด ปลาทูน่า ชิ้นส่วนสุกร นม ยาปฏิชีวนะ และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำกับดูแลความปลอดภัยของอาหารจากสัตว์ ทั้งสัตว์น้ำ เนื้อสัตว์ นม ไข่ น้ำผึ้ง และผลพลอยได้จากสัตว์ ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

การบรรยายยังนำเสนอแผนภาพขั้นตอนการนำเข้าวัตถุดิบสัตว์น้ำ ตั้งแต่การตรวจสอบเรือและแหล่งประมง การลงทะเบียนผู้ประกอบการ เอกสารต้นทาง (Catch Certificate) การขอใบอนุญาต มาตรการรัฐเจ้าของท่า การยื่นใบขนสินค้า การตรวจสินค้า ณ ด่านตรวจประมง ไปจนถึงการตรวจปล่อยและติดตามหลังนำเข้า พร้อมแยกให้เห็นว่าขั้นตอนใดดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ NSW และขั้นตอนใดยังใช้เอกสารกระดาษ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการระบุประเด็นปัญหาร่วมกัน

การประชุมมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม และผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 60 ท่าน จาก 44 หน่วยงาน อาทิ กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสนอข้อคิดเห็นต่อปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานจริง

ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจะนำไปประเมินความจำเป็นเร่งด่วนและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้ทันสมัย สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ และเอื้อต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการสินค้าประมงและปศุสัตว์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ต่อจากการประชุมครั้งที่ 1 ซึ่งจัดสำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม