กำพล ไชยวรรชะนะ
เจ้าของกิจการ หจก. กำพลโลหะและวิศวกรรม
ปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีที่เข้าศึกษา 2519

ความทรงจำสมัยเรียนที่ มจธ.
ความประทับใจสมัยเรียน สมัยนั้นยังชื่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พึ่งจะสถาปนาขึ้นมา การเรียนเท่าที่ทราบคร่าว ๆ ก่อนที่จะเข้าไปเรียนเขาบอกว่าทางบางมดเราภาคปฏิบัติเยอะ เราเรียนมากกว่าเขา เราเรียนถึง 5 ปี พอเข้ามาเรียนจริงปรากฏว่าเราเจออย่างนั้นจริง ด้วยความที่ว่ารุ่นพี่ให้การดูแลน้อง ๆ สมัยก่อนเป็นอย่างดี ทำให้เรามีความอบอุ่นใจ มั่นใจในการที่ว่าต่อไปสถาบันจะเป็นที่พึ่ง และเราสามารถที่จะเรียนรู้ และสามารถที่จะไปประกอบอาชีพได้จริง
ความรู้ที่ได้รับจาก มจธ. นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานอย่างไร
ในสมัยเรียนเรามีช็อปเยอะมันเป็นประโยชน์ตอนที่เราจบไป ถ้าเราจบไปไปทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมเรามักจะเจอลูกน้องที่เป็นช่างเทคนิคที่จบ ปวช. ปวส. มาทำงาน ซึ่งบางคนทำงานมาเป็น 10 ปี เขามีความเชี่ยวชาญความชำนาญในหน้าที่ของเขา ด้วยความที่เราจบใหม่ เขาก็ต้องลองดูว่าเรารู้จริงไหม มีความสามารถจริงไหม เพราะฉะนั้นเวลาเราไปทำงานการที่เราได้ลงช็อป มันทำให้เรามีความมั่นใจ ในการที่จะสั่งงาน หรือว่าลงมือให้เขาเห็นว่าเราสามารถทำได้อย่างที่เราได้สั่งงานเขาไป การที่เราสั่งงาน บางทีเขาถามเราว่าเราทำเป็นหรือเปล่า หลาย ๆ สถาบันพอเจอสถานการณ์นี้ก็จะกระอักกระอ่วนแต่สำหรับเรา มจธ. สบายมาก เวลาเราไปลงช็อป เราสามารถที่จะแสดงให้เขาเห็นเลยว่าสิ่งที่เราสั่งเราทำได้ พอเราทำได้เขาก็มีความมั่นใจในตัวเรา มีความเกรงอกเกรงใจ สามารถที่จะพึ่งพาอาศัยได้ และเชื่อมั่นได้
3 ทักษะที่สำคัญในการทำงานให้ประสบความสำเร็จและมีความสุข
การทำงานลูกน้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้งานเราประสบความสำเร็จ เราควรที่จะวางแผนดูว่าช่วงไหนลูกน้องกำลังต้องการเรา มันจะเป็นช่วงที่เขาจะต้องตัดสินใจบางอย่างซึ่งขณะนั้นเขาจะต้องความช่วยเหลือจากเรา ต้องการคำแนะนำจากเรา เราก็ต้องอ่านงานให้ออกว่าช่วงนั้นเราควรจะอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น ทำให้เขามีความมั่นใจ อุ่นใจ ว่างานจะไม่มีปัญหา พื้นฐานความรู้ที่เราได้เรียน เวลาเราเอามาทำงานบางครั้งเราต้องตั้งโจทย์เอง แล้วแก้โจทย์นั้นเอง แต่สมัยเรียนอาจารย์จะตั้งโจทย์ให้ ให้เราไปแก้ปัญหา แต่เวลาการทำงานจริง ๆ เราต้องตั้งเอง ค้นหาคำตอบเอง ไม่มีใครมาบอกว่าปัญหาคืออย่างนี้ต้องไปแก้ถ้าในระดับบริหาร ไม่มีใครมาพูดแบบนั้น เราต้องหาเองว่าปัญหาคืออะไร และจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน ขอให้ทุกคนตระหนักว่าอย่าไปรอ คุณต้องค้นหาปัญหาให้เจอแล้วแก้ปัญหานั้น
ฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังจะจบการศึกษา
สำหรับทุกคนที่กำลังจะจบการศึกษาขอให้เราได้เริ่มงานในสายที่เราได้เรียนมา ทำงานสัก 2-3 ปี ซึ่งขณะนั้นน้อง ๆ ไม่ต้องไปคำนึงเรื่องรายได้เป็นหลัก เพราะว่าถ้าเราได้ทำงานในสายงานที่เรียนมา เราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ในขณะที่เราไปทำงานในสายอื่น แม้จะมีรายได้มากกว่าก็จริง แต่พอจะก้าวหน้าไปเป็นระดับสูงขึ้นมันจะมีปัญหา เพราะว่าพื้นฐานด้านนั้น ๆเราไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่ถ้าเรียนมาโดยตรงถ้าทำงานผ่านไปสัก 2-3 ปีเวลาอยากจะไปทำงานที่อื่น ไม่เคยมีใครมาสัมภาษณ์ว่าคุณได้เกรดเท่าไหร่ แต่ต่างกับเวลาที่คนจบใหม่ เขาจะถามว่าได้เกรดเท่าไหร่ แต่ถ้าผ่านงานมาสัก 2-3 ปีแล้วไม่มีใครถามเขาจะถามว่าคุณเคยทำงานอะไรมา ทำกี่ปี อยู่ตำแหน่งไหน ถ้าตรงกับสายหรือว่าตำแหน่งที่เขาต้องการก็มีแนวโน้มที่เขาจะรับคุณสูงมาก ซึ่งจากประสบการณ์ผมก็เจอแบบนี้มา
