“สุดท้ายแล้ว การทำงานทุกอย่างย่อมมีทั้งสิ่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจ การทำงานกับผู้คนก็เช่นกัน”

เชิดชัย วิชา

ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีที่เข้าศึกษา 2529

กฟผ. แม่เมาะ ดำเนินการซ่อมบำรุงและเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4 อย่างไร หลังวิกฤตพลังงานปี 2565

เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเราเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ดูแลความมั่นคงด้านการผลิตไฟฟ้า เมื่อเกิดวิกฤตพลังงานก็ยังเป็นหน้าที่หลักของทางการไฟฟ้าอยู่ จะบอกนิดนึงว่าพลังงานไฟฟ้าเราได้มาจาก 3 แหล่งใหญ่ๆ โรงไฟฟ้าความร้อน เคยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ต้นทุนอยู่ประมาณ 1.5 ถึง 1.6 บาท อีกอันหนึ่งจะเป็นไฟฟ้าที่ผลิตมาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ต้นทุนจะอยู่ประมาณ 2 บาทกว่าๆ ถึง 2.6 บาท อีกโรงไฟฟ้าหนึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่เป็นเขื่อน ต้นทุนจะถูกหน่อย แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องการใช้น้ำ เมื่อเกิดภาวะวิกฤตพลังงาน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเอง เดิมทีมีโรงไฟฟ้า 14 หน่วย แต่ว่า 1-2-3 รีไทร์ไปนานแล้ว เหลือ 4-7 กำลังผลิตอยู่ที่ 150 เมกะวัตต์ เพิ่งหมดอายุไปเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดวิกฤตพลังงาน เราพบว่าโรงไฟฟ้าที่เดินอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้พลังงาน จึงต้องนำโรงไฟฟ้าที่หยุดแล้วกลับมาใช้ เนื่องจากหยุดไปทั้ง 4 โรง (4-7) เพราะฉะนั้นการที่จะเลือกว่าจะเอาโรงไหนมาเดิน เป็นหน้าที่ของผู้ดูแล ซึ่งเราดูแล้วว่าโรง 4 น่าจะดีที่สุด โดยเราเอาอุปกรณ์จากโรง 5-6-7 มาเป็น spare parts เอามารวมกันแล้วนำมาทดสอบ อาจจะมีบางส่วนที่หมดอายุไปก็ต้องซื้อเพิ่ม บางส่วนยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ ต้องมีการปรับปรุง ก็เริ่มมีการนำอุปกรณ์มาใช้งาน มีการทดสอบแต่ละกลุ่ม เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมันมีอุปกรณ์หลากหลาย การที่จะทดสอบแต่ละอุปกรณ์ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายของทีมงานบำรุงรักษาและทีมเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะจากหลายๆ กลุ่ม เราทดสอบเสร็จแล้วก็นำมารวมกัน ใช้เวลาในการดำเนินงานอยู่ 6 เดือน ก็สามารถที่จะเดินโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 4 ซึ่งหยุดไปนาน ให้กลับมาผลิตไฟฟ้าเพื่อชดเชยในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานได้ ตอนนี้เราเดินอยู่ที่ 120 เมกะวัตต์

การเปิดใช้โรงงานไฟฟ้าเก่าที่ปิดตัวลงไปแล้วมากกว่า 2 ปีมีความท้าทายอย่างไรบ้าง

ในหน่วยงานเราจะมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกล ไฟฟ้า เราจะจัดกลุ่มทำเป็นทีม แต่ละจุดของพี่เองจะดูแลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า อีกทีมหนึ่งจะดูแลเกี่ยวกับระบบส่งไฟ เนื่องจากโรงไฟฟ้าต้องมีสายส่งในการส่งไฟออกไป อีกทีมหนึ่งจะเป็นกลุ่มที่ทำเรื่องเกี่ยวกับ CSR และทำในเรื่องกฎหมาย ว่าโรงไฟฟ้าที่รีไทร์ไปแล้ว หากจะนำกลับมาใช้งาน จะมีข้อกำหนดหรือข้อจำกัดทางกฎหมายด้านไหนบ้าง เราต้องขออนุญาตก่อนถึงจะนำมาใช้งานได้ เพราะฉะนั้นเราจะแบ่งเป็น 3 ทีม พอเสร็จแล้วทั้ง 3 ทีมจะมาวางแผนร่วมกัน ในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า เนื่องจากมันหยุดมานาน เราต้องดูว่าอุปกรณ์ไหนมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น ต้องทดสอบว่าถ้าเอาขึ้นไปแล้วมันสามารถเดินเครื่องได้ไหม อันตรายหรือไม่ เราก็พยายามที่จะประเมินสภาพอุปกรณ์ ว่าอุปกรณ์ที่มีอยู่หรืออุปกรณ์ข้างเคียงสามารถใช้ได้ไหม พยายามเอาอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเข้ามา ยกเว้นบางส่วนที่ไม่สามารถซ่อมได้ ก็ต้องสั่งซื้อใหม่ด้วย พอได้อุปกรณ์ครบแล้ว จึงจะเข้าสู่การทดสอบแต่ละจุด ซึ่งจะมีขั้นตอนการทดสอบตามมาตรฐานที่เรามีอยู่แล้ว จุดนี้ถือว่าเป็นความท้าทาย เพราะเป็นการนำสิ่งที่เคยทิ้งไป กลับมาทำใหม่อีกครั้ง