











เมื่อเวลา ๑๘.๑๔ น. วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร ศิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธสิหังคปฏิมากร พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช แล้วทรงประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินบำรุงวัด จำนวน ๑๐๐ คน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินบำรุงวัดเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึกตามลำดับ



โอกาสนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กราบบังคมทูลรายงานการจัดทำเสาศิลาหลักเขตที่ดินพระราชทาน จำนวน ๕ หลัก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๖๐ ตารางวา แก่กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔ เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้เป็นไปตามพระราชประสงค์เพื่อใช้ในกิจและเจตนารมณ์ของวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยบนกระดาษวาชิที่ผลิตจากต้นหม่อนด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมจากประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการฟอกขาว และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก เพื่อเชิญไปจารึกที่เสาศิลา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ประดิษฐานบนเสาศิลา
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาโถงหลังพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมเสาศิลาหลักเขตที่ดินพระราชทาน จำนวน ๕ หลัก แล้วทรงกดปุ่มไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีระบบลำแสงเลเซอร์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อจารึกพระปรมาภิไธยลงเสาศิลา จำนวน ๑ หลัก เป็นปฐมฤกษ์ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศาสตราจารย์ ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ ลิ้มสุวรรณ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และ นายคุณวุฒิ ปานเกิด ผู้พัฒนาเครื่องเลเซอร์ เฝ้า ฯ รับเสด็จ






อนึ่ง พระราชวชิรธรรมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ ฯ เป็นผู้ถวายพระพรเกี่ยวกับการจัดสร้างเสาศิลา และการบริหารจัดการที่ดินพระราชทานในอนาคตให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และกำนดให้เป็นเขตสังฆาวาสเฉลิมพระเกียรติ พร้อมนำเสด็จ ฯ ทอดพระเนตรการแสดงแสง สี เสียง ด้วยเทคนิค Projection Mapping ชุด“แสงแห่งพระราชศรัทธา สืบสานรักษา ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ” ที่ทางวัดราชประดิษฐฯ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมจัดทำในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงพระสุหร่าย และทรงเจิมเสาศิลาที่ดินพระราชทาน
ต่อจากนั้น ทรงทอดพระเนตรที่ดินพระราชทานให้วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังปราสาทประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงวางพวงมาลัยและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูป ฯ ทรงกราบ สมควรแก่เวลาจึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
เทคโนโลยีในการจารึกพระปรมาภิไธย ด้วยเลเซอร์ระบบคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นเทคนิคคล้ายคลึงกันกับที่เคยใช้เลเซอร์ระบบอาร์กอนในการสร้างพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเป็นองค์ประธานกรรมการอำนวยการ ณ ขณะนั้น และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ถวายงานสนองพระเดชพระคุณ
เพื่อให้การจารึกพระปรมาภิไธยบนแท่นหินธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างแม่นยำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงได้นำเทคโนโลยีระบบลำแสงเลเซอร์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser Engraving) แบบฉับพลัน (Real-time Execution) มาประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดลายพระหัตถ์จริงจากการทรงลงพระปรมาภิไธยสู่เนื้อหิน โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ฝุ่น ควัน เสียง หรือแรงสั่นสะเทือนในมณฑลพิธี โดยนายคุณวุฒิ ปานเกิด ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเป็นผู้พัฒนาเครื่องเลเซอร์ และศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ ลิ้มสุวรรณ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา
ในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2538 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี และทรงกดปุ่มไฟฟ้าจุดชนวนระเบิดหินแกะสลักเส้นภาพพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาบนหน้าผา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ ลิ้มสุวรรณ มีส่วนร่วมในการนำเทคโนโลยีเลเซอร์และระบบสแกนเนอร์มาใช้ในการกำหนดแนวเส้นสำหรับการแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผา ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดและความแม่นยำสูง นับเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อทำนุบำรุงและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

นิทรรศการแสง สี เสียง “แสงแห่งพระราชศรัทธา สืบสาน รักษา ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ” ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพบนเรือนวัตถุ (Projection Mapping) เป็นการรังสรรค์ผลงานร่วมกันระหว่างคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำโดย นายจีระศักดิ์ ถนัดค้า กลุ่มงานการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการตลาด ดร.วัยวัฒน์ สายทุ้ม หัวหน้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี นักศึกษาชมรมบันเทิงและดนตรีสากล ชมรมไฟฟ้าวิชาการ และชมรม Love.KMUTT โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์โปรเจกเตอร์ประสิทธิภาพสูงจาก บริษัท พานาโซนิค โปรเจคเตอร์ แอนด์ ดิสเพลย์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เจซี วีดีโอ-โปรเจคเตอร์ จำกัด เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าผ่านแสงเงาในพื้นที่พระอารามหลวง โดยการผสานนวัตกรรมการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับมรดกทางประวัติศาสตร์ได้อย่างทรงเกียรติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในฐานะพสกนิกรชาวไทยที่อาศัยใต้ร่มบรมโพธิสมภารอย่างมั่นคง

ภาพ: วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม