




รั้วคอนกรีตและแนวเขตแดนทางกายภาพ อาจทำหน้าที่แบ่งแยกพื้นที่หนึ่งออกจากอีกพื้นที่หนึ่งมาเนิ่นนาน แต่เมื่อบริบทของเมืองเปลี่ยนไป เส้นแบ่งเหล่านั้นกำลังถูกตั้งคำถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่มหาวิทยาลัยกับสวนสาธารณะกลางชุมชนจะต้องแยกขาดจากกัน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 คณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ นายสมพร น้อยยาโน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนิเวศเพื่อนักศึกษาและผู้เรียนรู้ และ รองศาสตราจารย์ ดร.มงคล อัศวดิลกฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอาคารและสถานที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่าง มจธ. กับสวนธนบุรีรมย์
เป้าหมายของการก้าวลงพื้นที่ในวันนั้น เป็นการหารือเพื่อมองหาความเป็นไปได้ในการ “เปิดรั้ว” และ ‘ก่อสร้างสะพานทางเชื่อม’ ระหว่างสถาบันการศึกษากับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของชุมชน
พื้นที่สีเขียวที่ไม่ควรอยู่ลำพัง
การลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ยังเป็นการพบกันของฝ่ายวิชาการและผู้ดูแลเมือง โดยมีนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ หรือ “ส.ก.ไอซ์” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตทุ่งครุ นางสาวฤดีกร ทับทิมทอง ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ พื้นที่สีเขียว กทม. และ นางสาวอุไรพร ศิลปกิต หัวหน้าสวนธนบุรีรมย์ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจกายภาพของพื้นที่ไปด้วยกัน
สวนธนบุรีรมย์ ในสายตาของผู้คนย่านนี้ คือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมร่มรื่น เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาวะและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาโดยตลอด ขณะที่ มจธ. ก็เป็นหมุดหมายของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของผู้คนนับหมื่น
แนวคิดการสร้างสะพานทางเชื่อมและเปิดรั้ว จึงเป็นคำตอบของการอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะร่วมกันเกิดขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สองทางที่เชื่อมเข้าหากัน
การเชื่อมสองพื้นที่เข้าด้วยกันไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกฝ่ายเดียว หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตระหว่างคนสองกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
ในมุมของนักศึกษา มจธ. สะพานทางเชื่อมแห่งนี้จะเปิดโอกาสให้พวกเขาเดินข้ามไปสัมผัสความร่มรื่น วิ่งออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจในสวนธนบุรีรมย์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยไม่ต้องเสี่ยงเดินเลียบถนนใหญ่หรือข้ามเส้นทางจราจรที่พลุกพล่าน
ในขณะเดียวกัน สำหรับประชาชนและคนในชุมชนที่มาออกกำลังกายหรือใช้บริการสวนธนบุรีรมย์ การเปิดประตูรั้วบานนี้ก็เปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่ของ มจธ. สู่สาธารณะ ผู้คนสามารถเดินข้ามมาใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่การแวะมาฝากท้องที่ศูนย์อาหารของ มจธ. ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด คุณภาพ และราคาที่เป็นมิตร ตลอดจนการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้สำคัญอย่างหอสมุดและพื้นที่อื่น ๆ ที่พร้อมต้อนรับทุกคน
เมือง มหาวิทยาลัย และชุมชน เบื้องหลังการเดินหน้าหารือไม่ได้จบลงแค่การสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างสะพาน แต่คือโอกาสครั้งสำคัญในการถักทอความร่วมมือระหว่างสามฟันเฟืองหลัก ได้แก่ สถาบันการศึกษา (มจธ.) กรุงเทพมหานคร และชาวบ้านในชุมชนโดยรอบ
การเปิดทางเชื่อมจะทำให้ทุกคนสามารถแบ่งปันและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกันอย่างเหมาะสม พัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งการเรียนรู้ การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย ตลอดจนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกวัยในชุมชน














