คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. ปลุกพลังนวัตกร ปั้น “ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์” รับเทรนด์โลก ชูแนวคิด เปลี่ยนงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ธุรกิจจริง 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เดินหน้ายกระดับทักษะนิสิตนักศึกษา มุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)  เปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นเป็นแหล่งเรียนรู้ก่อนก้าวสู่สนามจริง โดยสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงทรัพยากร เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเปลี่ยนไอเดียจากห้องแล็บให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิดหลัก “Fail Fast, Learn Faster” โดยได้รับเกียรติจาก ผศ. ดร.ภาสกร เมืองพรหม อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์นาโนและเทคโนโลยีนาโน คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. เป็นประธานได้กล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิดงาน  และ รศ. ดร.ตุลา จูฑะรสก คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ได้เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของนักศึกษาในโลกยุคใหม่  

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.พชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. และ CTO บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs) ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงทักษะนวัตกรในหัวข้อที่กำลังมาแรง “From Prototype to Commercial Success: Lessons from a 3D Printing Spin-off Founder” เส้นทางการปั้นธุรกิจ Spin-off จากเทคโนโลยี 3D Printing เพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพการเปลี่ยนต้นแบบไปสู่ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และมีคุณจริยาพร ชาครเมตตากุล Program Manager จาก KX (Knowledge Xchange)  ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการผลักดันผลงานวิจัยสู่การเป็นผู้ประกอบการ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็น ตลอดจนบทบาทของ มจธ. ในการสนับสนุนการต่อยอดเชิงธุรกิจ เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้จากห้องเรียนในสถานการณ์ธุรกิจจริง บ่มเพาะทักษะแห่งอนาคตที่มากกว่าตำรา เพื่อสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน 

ในช่วงท้ายของกิจกรรม ผศ. ดร.นครินทร์ พัฒนบุญมี รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ ได้กล่าวขอบคุณวิทยากร ผู้เข้าร่วมงาน และกล่าวปิดงาน โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างทักษะผ่านประสบการณ์จริงที่ตลาดงานทั่วโลกต้องการ อาทิ การคิดเชิงกลยุทธ์ นวัตกรรม การปรับตัว และความยืดหยุ่นทางจิตใจ เพื่อบ่มเพาะบัณฑิตวิทยาศาสตร์ให้มีวิสัยทัศน์ผู้นำ พร้อมรับมือกับความเสี่ยง และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมืออาชีพ คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. เชื่อมั่นว่าการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อนวัตกรรมเช่นนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจได้อย่างมั่นใจ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป