การวิจัยวิธีการเรียนทาง อี - เลินนิ่ง ด้วยกระบวนการบริหารความรู้ (ระยะที่ 1)
A Design Process for Embedding Knowledge Management in E - Learning Environment (Phase 1)


อ.สุวรรณา สมบุญสุโข  (หัวหน้าโครงการ)
Suwanna Sombunsukho. (Lecturer)
สาขาวิชาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
ผศ.ดร.ไพบูลย์ เกียรติโกมล
Paiboon Kiattikomol. (Asst. Prof.)
รศ.ไพโรจน์ ตีรณธนากุล
Priroj Teeranatanakul. (Assoc. Prof.)
อ.สุริยงค์ เลิศกุลวณิชย์
Suriyong Lertkulvanich. (Lecturer)

ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2548 งบประมาณ 266,320 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะพัฒนาประเทศมุ่งไปสู่รัฐอีเล็คโทคนิค โดยกำหนดเป็น 5 ด้านประกอบด้วย e-Government, e-Citizen, e-Society, e-Industry, และ e-Education นั้น เมื่อพิจารณาด้าน e-Education (การศึกษาอิเล็กทรอนิกส์) คือการดำเนินการศึกษาด้วย เทคโนโลยี อีเล็กทรอนิกส์ และ ดิจิตตอล ซึ่งประกอบด้วยด้านการเรียนการสอน การบริการการศึกษา และการบริหารการศึกษา เช่น การเรียนผ่านระบบเครือข่าย (Internet), Web Based Instruction, CD ROM, Digital Video, Teleconference, etc. การบริการ Digital Library, E-Registration, Distance Guidance, Test and Evaluation, etc. และทางด้านบริหารการศึกษาโดยระบบ MIS, EIS, etc. ซึ่งเป็นการดำเนินการระบบการศึกษา (Education System) ทั้งระบบด้วยการประยุกต์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์ และดิจิตตอล
ยุทธศาสตร์ การพัฒนา e-Education ของรัฐบาล ประกอบด้วย
1. การบริหารนโยบายและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษา
3. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
4. การพัฒนาสาระทางการศึกษาและการสร้างความรู้
5. การสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสาระการศึกษาเพื้อการเรียนรู้
6. การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้
จากข้อ 5 และ 6 นี้ จะเป็นการเน้นไปทาง การเรียนรู้จากอีเล็กทรอนิก หรือ e - Learning
e - Learning
e - Learning หรือ Electronic - Learning เป็นการดำเนินการศึกษาหรือการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีอีเล็กทรอนิก หรือ ดิจิตตอล เพื่อสนองความต้องการการศึกษาที่ไร้พรมแดน ไร้เงื่อนไขของเวลา และสถานที่ เป็นการจัดให้ศึกษาสนองตอบต่อความต้องการของเอกบุคคล รวมทั้งการศึกษาโดยผู้เรียนเป็นสำคัญ จะเป็นการศึกษาในสถานที่ ในห้องเรียน ที่บ้าน หรือที่ไหน ๆ ก็ได้ โดยใช้คอมพิวเตอร์แบบ Stand Alone หรือ Network, Intranet หรือ Internet ตามความจำเป็นและเหมาะสม
เทคนิคและวิธีการการเรียนการสอนบน e - Learning
การเรียนรู้ (Learning) เป็นสัญชาติญานของมนุษย์ ซึ่งสามารถจะเรียนรู้จากประสบการณ์ จากเอกสาร ตำรา และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แต่นักการศึกษาได้พยายามเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยวิธีการสร้างเอกสารตำราเพื่อใช้ในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ดีขึ้น เป็นจำพวกเอกสารตำราบทเรียนสำเร็จรูป (Self study package) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ประเภทสิ่งพิมพ์ (Paper based) ประเภท สหสื่อ (Multi sensory based) และประเภทคอมพิวเตอร์ (Computer based) บทเรียนสำเร็จรูปแบบเดิม จะเป็นพวกที่ผู้เรียนเป็นผู้ดำเนินการฝ่ายเดียว แต่บทเรียนสำเร็จรูปประเภทคอมพิวเตอร์ จะมีกระบวนการปฎิสัมพันธ์มาก (Inter active) โดยเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันและอนาคต จะมีศักยภาพสูงมาก ซึ่งจะสามารถปฎิบัติหน้าที่แทนมนุษย์ได้ ด้วย ดังนั้น บทเรียนสำเร็จรูปคอมพิวเตอร์ สำหรับ e - Learning จึ่งไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลทางอีเล็กทรอนิกเท่านั้น บทเรียน e - Learning สามารถทำหน้าที่สอนเสมือน (Virtual Instruction) ได้ด้วย ซึ่งสามารถประยุกต์วิธีการสอนต่าง ๆ ที่เหมาะสมทำหน้าที่แทนครูได้ โดยเฉพาะวิธีการสอนที่สามารถเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner Oriented) เช่น แบบเรียนรู้จากการสร้างองค์ความรู้ด้วยปัญญา (Constructionism) เป็นต้น ซึ่งเป็นการทำให้ e - Learning เป็นการเรียนรู้ที่ทรงประสิทธ์ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การดำเนินการเรียนรู้ e - Learning ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเน้นเป็น Web-Based Instruction (WBI) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการศึกษาที่สลับซับซ้อนมาก กล่าวคือ การจัดการข้อมูลและบทเรียนสำหรับ WBI จะต้องสนองตอบต่อการเรียนแบบ Synchronous และ แบบ Asynchronous การเรียนแบบ Synchronous จะเป็นการเรียน Real Time แบบในห้องเรียน (face to face) แต่จะไม่ใช่เผชิญหน้ากันในห้องเรียน (Virtual classroom) จะมีสื่อกลางขั้นอยู่ เช่น Chat Board or Voice Chat หรือ บนหน้าจอโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งการใช้สื่อเสริมการสอนจะต้องผ่านระบบ Digital เท่านั้น การเตรียมตัวจะต้องกระทำล่วงหน้า การดำเนินการต้องกระชับ แต่ต้องครอบคลุมทั่วถึงทุกอย่าง ในระหว่างดำเนินการ จะต้องมีกระบวนการประเมินผลแบบบูรณาการ (Formative Evaluation) และการมอบงาน การตรวจงานด้วย
สำหรับการเรียนแบบ Asynchronous Learning นั้น ข้อมูล ความรู้ ตามแหล่งที่จะค้นคว้าแล้ว บทเรียนที่จะจัดไว้ให้เรียนแบบ WBI จะต้องดำเนินการพัฒนาเป็นบทเรียนสำเร็จรูปแบบโปรแกรมที่สามารถเร้าความสนใจ (Motivational Function) ในการเรียน รวมทั้งการมอบงานการบ้าน (On-line Homework) การย้อนผลกลับ การตรวจสอบ การประเมินความก้าวหน้า และผลสัมฤทธิ์ในการเรียนด้วย การพัฒนาบทเรียน WBI นอกจากจะต้องอาศัย ความชำนาญในเนื้อหาวิชา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักมัลติมีเดีย นักวัดผลแล้ว ยังต้องอาศัยความชำนาญของนักออกแบบการสอน (Instructional Design) ด้วย ความสัมฤทธิผลของ e - Learning จะขึ้นอยู่กับบทเรียนที่ได้พัฒนาขึ้นเป็นสำคัญ การจัดการศึกษา e - Learning ระดับต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย บทเรียน WBI ภาษาไทยเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง การพัฒนาบทเรียน WBI ภาษาไทยในวัฒนธรรมแบบไทย ๆ เชื่อว่าสามารถจัดทำได้ง่ายกว่าการทำให้เยาวชนของประเทศต้องเรียนภาษาอังกฤษเก่งแล้วค่อยเรียนรู้วิชาการต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อพัฒนาออกแบบกระบวนการบริหารความรู้ให้เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  2. เพื่อออกแบบและพัฒนาสื่อข้อมูลทางการศึกษาที่มีคุณภาพและสามารถใช้ในกระบวนการเรียนรู้ด้วยการบริหาร ความรู้ โดยให้ครูทำหน้าที่ CKO (Chief Knowledge Officer)
  3. เพื่อทำการทดลองหาประสิทธิภาพกระบวนการบริหารความรู้ใน e-Learning ทำการปรับปรุง ทั้งรูปแบบที่ได้ ออกแบบ และสื่อข้อมูลทางการศึกษา
  4. เพื่อทำการออกแบบระบบโปรแกรมซอฟแวร์ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ CKO แทนครู (คน) ได้ โดยจะ สามารถใช้ได้ทั้ง Off-Line และ On-Line
  5. เพื่อทำการพัฒนาและปรับปรุงสื่อข้อมูลทางการศึกษา ให้เป็นสื่อทางดิจิตอล ที่สามารถใช้งานได้ทั้ง Off-Line และ On-Line ทั้งหมด
  6. เพื่อทำการทดลองหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (Method) และสื่อ (Material) ที่ได้ออกแบบใหม่ทั้งหมด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

  1. วิธีการ (Method) ที่แสดงกระบวนการบริหารความรู้ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพใน e-Learning
  2. กระบวนการ (Process) ในการวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนา สื่อข้อมูลทางการศึกษาที่เหมาะสมกับ e-Learning ภายใต้การควบคุมของกระบวนการบริหารจัดการความรู้
  3. ผลงานการวิจัยรวมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทุกด้านในกระบวนการ e-Learning e-Training ในธุรกิจ-อุตสาหกรรม และสถานศึกษา-ฝึกอบรมต่างๆ
  4. องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ สามารถนำไปเสริมในส่วนของ Learning Organization ด้วย
return topic

Revised: 15 July 2004/13:43:10
© 2004 by Research and Intellectual Property Promotion Center.