การกำจัดเอทิลีนไกลคอลโดยใช้เถ้าลอยขี้เลื่อย
Removal of Ethylene Glycol by Sawdust Fly Ash


รศ.ดร.ไพทิพย์ ธีรเวชญาณ  (หัวหน้าโครงการ)
Paitip Thiravetyan (Assoc. Prof.)
สายวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี
คุณประไพ ธุระกิจ
คุณปิยะวรรณ หลีชาติ
คุณสิริกาญจน์ นุ่นปุย*


หมายเหตุ เดิมชื่อโครงการคือ การกำจัดน้ำเสียที่มีเอทิลีนไกลคอลปนเปื้อนโดยใช้เถ้าลอยขี้เลื่อย และเพิ่มผู้ช่วยวิจัย 1 ท่าน
ทุนหมวดเงินอุดหนุน ประจำปี 2551 งบประมาณ 404,000 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ปัญหาทางด้านน้ำเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่ง น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งชุมชนถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ ทำให้แหล่งน้ำเหล่านี้เน่าเสียเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำและเป็นปัญหาต่อประชาชนที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนั้นเพื่อการอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมทำให้มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก น้ำเสียจากอุตสาหกรรมเหล่านี้นอกจากมีสารอินทรีย์อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูงแล้วยังมีสารพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตโดยสารพิษเหล่านี้จะเป็นตัวยับยั้งการทำงานของจุลินทรีย์ต่าง ๆในกระบวนการบำบัดทางชีวภาพ เอทิลีนไกลคอลนิยมก็เป็นสารพิษชนิดหนึ่งที่พบในน้ำเสียจากอุตสาหกรรมซึ่งเป็นน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ในปริมาณที่เกินมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรมจึงควรมีการบำบัด เอทิลีนไกลคอลนิยมใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมพลาสติกนิยมใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตโพลีเอสเทอร์เรซินและเส้นใยรวมถึงการผลิตขวดเพท (PET), อุตสาหกรรมอากาศยานใช้เป็นสารให้ความเย็นแก่เครื่องยนต์ (ในหม้อน้ำรถยนต์) หรือสารป้องกันการเป็นน้ำแข็ง ( ที่ใช้ในรถยนต์ในประเทศเขตหนาว ) เป็นต้น[1] โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งพิมพ์มีการใช้ เอทิลีนไกลคอล(Ethylene glycol)และอนุพันธ์ เพื่อเป็นตัวทำละลายและเป็นตัวทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการพิมพ์ ซึ่งการสัมผัสกับเอทิลีนไกลคอลอาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจเกิดการซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้และการได้รับสารนี้อย่างต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดปัญหารุนแรงต่อตับ ไต และก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองด้วยเอทิลีนไกลคอลมีความสามารถในการละลายน้ำได้ดีทำให้เกิดการปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำจัดเอทิลีนไกลคอลออกจากน้ำเสีย เพื่อให้น้ำเสียที่ทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะมีคุณภาพน้ำทิ้งตามเกณฑ์มาตราฐานที่กำหนดไว้ การปนเปื้อนของเอทิลีนไกลคอลในน้ำเสียที่จะทำให้น้ำเสียมีค่าซีโอดี (chemical oxygen demand, COD) สูงกว่ามาตรฐานน้ำทิ้ง (COD < 120 - 400 มก./ลิตร) ซึ่งวิธีที่เหมาะสมในการกำจัดสารสารเอทิลินไกลคอล คือ การดูดซับโดยใช้วัสดุดูดซับ เนื่องจากเป็นวิธีการที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก วัสดุดูซับที่นิยมใช้ ได้แก่ ถ่านกัมมันต์ ถ่านกัมมันต์เป็นวัสดุดูดซับที่มีคุณสมบัติในการดูดซับสี กลิ่น และสารแขวนลอยต่างๆ รวมทั้งสารอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากถ่านกัมมันต์ที่ใช้ในประเทศส่วนใหญ่จะมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีราคาแพง งานวิจัยนี้จึงเป็นการศึกษาการพัฒนาวัสดุดูดซับที่มีราคาถูกที่สามารถเตรียมได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร คือ ขี้เลื่อยมาพัฒนาเป็นวัสดุดูดซับเพื่อลดปริมาณของเอทิลีนไกลคอลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ซึ่งอาจจะสามารถพัฒนาไปสู่การนำไปใช้งานด้านต่างๆ ในเชิงพาณิชย์อีกด้วย

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อเพิ่มมูลค่าของขี้เลื่อยซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร
  2. ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการดูดซับเอทิลีนไกลคอลโดยใช้เถ้าลอยขี้เลื่อย
  3. ศึกษากลไกการดูดซับเอทิลีนไกลคอลโดยใช้เถ้าลอยขี้เลื่อย
  4. ศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับเอทิลีนไกลคอลโดยใช้เถ้าลอยขี้เลื่อย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

ทำให้สามารถบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่ไปประกอบด้วยสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น ผงสีหมึกพิมพ์ และอนุพันธ์ของ Ethylene glycol ได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวเกษตรกร นอกจากนี้การนำเถ้าลอย ขี้เลื่อยซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งที่เกิดจากการนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงมาใช้ดูดซับสารอินทรีย์ และอนุพันธ์ของ Ethylene glycol นอกจากจะทำให้ได้ข้อมูลพื้นฐานในการบำบัดเอทิลีนไกลคอลจากน้ำเสียจริงด้วยกระบวนการดูดซับแล้ว ยังสามารถนำไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาสารดูดซับจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรชนิดอื่นๆที่มีความสามารถในการดูดซับที่จำเพาะต่อสารอินทรีย์ที่ต้องการได้

return topic

Revised: 24 April 2009/10:00:10
© 1999 by Research and Intellectual Property Promotion Center.