การปรับปรุงคุณภาพของงานหล่อเหล็กกล้าสเตนเลส ระยะที่ 2
Improved Quality of Stainless Steel Castings


อ.นุชธนา พูลทอง  (หัวหน้าโครงการ)
Nuchthana Poolthong. (Lecturer)
คุณอมรศักดิ์ เร่งสมบูรณ์
Amornsak Rengsomboon
คุณศุภฤทธิ์ ล้วนโกศลชัย
Supparit Lounkosonchai
คุณมงคล สีนะวัฒน์
Mongkol Seenawat
สายวิชาเทคโนโลยีวัสดุ คณะพลังงานและวัสดุ

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย
ปัญหาหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของการหล่อเหล็กกล้าสเตนเลสคือการเปิดโพรงอากาศและรูพรุนที่เรียกกันทั่วไปว่าอืดหรือฟู เป็นที่เข้าใจกันว่าสาเหตุของปัญหาดังกล่าวคือปริมาณก๊าซที่ตกค้างอยู่ในน้ำเหล็กในขณะหลอมเหลวเป็นผลให้เกิดรูพรุนในเนื้องานทำให้ชิ้นงานมีข้อบกพร่องกลายของเสียประมา 40-50% เมื่อนำกลับมาหลอมใหม่ก็พบปัญหาเช่นเดิม วิธีการแก้ไขที่ทำอยู่ในปัจจุบันตามโรงหล่อต่าง ๆ คือการหลอมเศษเหล็กกล้าสเตนเลสดังกล่าวให้เป็นอินกอต (ingot) ก่อนครั้งหนึ่งแล้วจึงนำมาหลอมเป็นชิ้นงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต การแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งคือใช้เศษเหล็กที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาหลอม หรือมีการนำเข้าเหล็กกล้าสเตนเลสที่มีคุณภาพดีจากต่างประเทศมาทดแทน ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มต้นทุนการผลิตและการขาดดุลทางการค้าของประเทศอย่างไรก็ตามสาเหตุที่ชัดเจนหรือที่มาของก๊าซดังกล่าวยังไม่เป็นที่กระจ่างชัดและปัญหาการเกิดรูพรุนของเหล็กกล้าสเตนเลสหล่อก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน เป็นผลให้เกิดของเสียและทำให้ต้องทดสอบชิ้นงานร้อยเปอร์เซ็นต์ในการควบคุมคุณภาพ
วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือศึกษาหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดปัญหารูพรุนดังกล่าวคือศึกษาที่มาของก๊าซในน้ำเหล็ก และหาทางปัองกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต
ขั้นตอนในการศึกษาคือศึกษาอิทธิพลของสารหล่อลื่นต่อการเกิดรูพรุนแบบโพรงอากาศ และแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

วัตถุประสงค์ของโครงการ
  1. ศึกษาที่มาของการเกิดโพรงอากาศในงานหล่อสเตนเลสเกรด 304
  2. หาแนวทางที่จะลด และ/หรือ ป้องกันการเกิดโพรงอากาศหล่อสเตนเลส
  3. เพิ่มคุณภาพของงานหล่อให้ปราศจากโพรงอากาศ ลดปริมาณของเสียและลดต้นทุนการผลิต
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
  1. ลดการสูญเสียพลังงานและเวลาในการหลอม
  2. ลดความจำเป็นในการตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานทุกชิ้น
  3. เพิ่มคุณภาพชิ้นงานและปริมาณการผลิต เพื่อสามารถส่งออกต่างประเทศได้
  4. ลดการนำเข้าชิ้นงานคุณภาพสูงจากต่างประเทศ


return produce and ind. topic

Revised: 2 April 1999
© 1999 by Research and Intellectual Property Promotion Center.