ศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ พื้นที่เพาะเลี้ยงชายฝั่ง กรุงเทพฯ
Productivity potential of water resource in aquaculture area, Bangkok


รศ.บุษยา บุนนาค  (หัวหน้าโครงการ)
Boosya Bunnag. (Assoc. Prof.)
สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
ดร.สรวิศ เผ่าทองสุข
ผศ.ดร.สุดารัตน์ ตรีเพชรกุล
Sudarut Tripetchkul. (Asst. Prof.)
คุณภาวิณี พัฒนจันทร์
Pavinee Patanachan. (Researcher)

ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2549 งบประมาณ 422,000 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายและการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรและส่งเสริมการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ซึ่งแตกต่างจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในระยะแรกที่มิได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะให้มีการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไปกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและแผนงานป้องกันและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงก่อให้เกิดผลเสียจากการใช้ทรัพยากรโดยไม่มีการจัดการ เกิดการทำลายดุลยภาพของสิ่งแวดล้อม เกิดความเสียหายหรือเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) จะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่คุณภาพชีวิตโดยรวมกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูและปรับปรุงสถานภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นการสร้างความพอดีในการนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์และความพอดีของการมีทรัพยากรไว้ใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้จากศาสตร์ต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม การปกครอง สังคม วัฒนธรรม ผังเมือง เป็นต้น มาผสมผสานกันเพื่อก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม
กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ดำเนินการตามกรอบความคิด Agenda 21 เพื่อนำไปสู่ "การพัฒนาเป็นเมืองน่าอยู่" และเมื่อพิจารณาลักษณะของพื้นที่เขตบางขุนเทียน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เขตนำร่องในโครงการ พบว่า เขตบางขุนเทียนมีความแตกต่างจากพื้นที่เขตอื่นๆของกรุงเทพฯ นั่นคือ เป็นพื้นที่ที่มีการผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งในด้านการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พานิชยกรรม และที่อยู่อาศัย ถึงแม้ว่าความยาวชายฝั่ง เขตบางขุนเทียน มีระยะทางเพียง 5 กม. แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากประชากรในพื้นที่เขตบางขุนเทียนซึ่งประกอบอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,120 ครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 31,888.2 ไร่ หรือ คิดเป็น 95% ของพื้นที่ทั้งหมด และเกษตรกรมีประสบการณ์ในการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง และประมง โดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ดังนั้นองค์ความรู้ท้องถิ่นด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนองค์ความรู้ท้องถิ่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีการสืบทอดและพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆไม่สามารถนำมาพัฒนาหรือประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มที่เนื่องจากขาดข้อมูลพื้นฐาน การสังเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล เช่น จากข้อมูลการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำธรรมชาติ พบว่า คุณภาพแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสมต่อการบริโภค แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถวิเคราะห์ศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำจากธรรมชาติ เนื่องจากขาดข้อมูลด้านปริมาณและความหลายหลากของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่และแนวโน้มผลผลิตสัตว์น้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากสาเหตุดังกล่าวส่งผลให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษแหล่งน้ำ มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการสัมภาษณ์เกษตรกร พบว่า ปัญหามลพิษแหล่งน้ำมีความรุนแรงมากในช่วง เดือน ต.ค. - พ.ย. ของทุกปี และปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานภาพต่างๆทางเศรษฐกิจ สังคม สุขอนามัยชุมชน ตลอดจนระบบนิเวศป่าชายเลน เช่น ปัญหาความขัดแย้งในการใช้น้ำระหว่างภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ปัญหาพื้นที่เกษตรกรรมรกร้าง เป็นต้น ดังนั้นหากไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ย่อมเกิดความเสียหายต่อความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพในการเป็นแหล่งอาหารของพื้นที่ และส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวมอย่างแน่นอน
การประเมินความชุกชุมของแพลงค์ตอนและคุณภาพน้ำสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพด้านการผลิตของแหล่งน้ำและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความอุดมสมบูรณ์และผลผลิตของสัตว์น้ำที่มีอยู่ในธรรมชาติ ซึ่งข้อมูลทางด้านนี้ของพื้นที่บางขุนเทียนยังไม่มีการวิเคราะห์และจัดเก็บ ทำให้ไม่สามารถประเมินผลกระทบของการที่คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมซึ่งมีสาเหตุจากชุมชนและอุตสาหกรรมต่างๆที่อยู่บริเวณต้นน้ำ และการลดลงของป่าชายเลนต่อการสูญเสียทางเศรษฐกิจของเกษตรกรรม ณ บริเวณปากอ่าว และการนำเทคนิคการสำรวจข้อมูลระยะไกล มาใช้ร่วมกับการศึกษาดังกล่าวนอกจากสามารถใช้เป็นข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจในการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาใช้แล้วยังเป็นข้อมูลสำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำโดยใช้ดัชนีร่วมกันทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของประเทศอีกด้วย

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. ศึกษาโครงสร้างชนิดและปริมาณแพลงค์ตอนพืช และ แพลงค์ตอนสัตว์โดยเฉพาะชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และคุณภาพน้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  2. ศึกษาสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติโดยประยุกต์ใช้ระบบสาระสนเทศภูมิศาสตร์
  3. ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ
  4. เพื่อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้งทะเลและเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

  1. หน่วยงานต่างๆ เช่น กรมประมง กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพัฒนาและแก้ไขระบบการผลิตกุ้งทะเล ส่งเสริมการปลูกป่าชายเลนและกำหนดรายละเอียดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน
  2. เกษตรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลระบบดั้งเดิม (Extensive farm) สามารถนำผลจากงานวิจัยไปใช้เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการผลิต
  3. เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาเพื่อการพัฒนาดัชนีคุณภาพพื้นที่ปากแม่น้ำ (Estuarine Quality Index)
  4. เป็นข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน
  5. เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับทราบข้อมูลด้านทรัพยากรท้องถิ่นในเชิงวิทยาศาสตร์และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

return topic

Revised: 15 September 2008/13:43:10
© 2004 by Research and Intellectual Property Promotion Center.