การผลิตบีต้ากลูแคนจากเห็ดกินได้
ß-Glucan Production from Edible Mushrooms


ดร.ทวีรัตน์ วิจิตรสุนทรกุล   (หัวหน้าโครงการ)
Taweerat Vichitsoonthonkul. (Lecturer)
คณะทรัพยากรชีวภาพฯ ร่วมกับสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
ดร.เพ็ญจันทร์ เมฆวิจิตรแสง
Phenjun Mekvichitsaeng. (Researcher)

ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2548 งบประมาณ 324,670 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

มนุษย์รับประทานเห็ดกันมานานหลายศตวรรษเพราะมีรสอร่อยและมีกลิ่นเฉพาะตัวจึงเป็นที่นิยมของคนทุกชาติ ทำให้มีการพัฒนาการเพาะเห็ดจนเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงอย่างหนึ่ง เช่น เห็ดกระดุม และเห็ดหอม นอกจากเห็ดที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้แล้วยังมีเห็ดที่กินได้บางชนิดยังมีคุณสมบัติในการรักษาโรค (medicinal mushrooms) ซึ่งถูกนำมาใช้รักษาโรคกันมานานนับหลายศตวรรษเช่นกันโดยเฉพาะในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเชียตะวันออกการใช้สารสกัดจากเห็ดเหล่านี้เดิมนั้นใช้วิธีสกัดด้วยน้ำร้อน ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นสารเหล่านี้เป็นคาร์โบไฮเดรตพวกโพลิแซคคาไรด์ โดยเฉพาะโพลิแซคคาไรด์ที่พบมากที่สุดในดอกเห็ด คือบีต้ากลูแคน (ß glucans) ต่อมาเมื่อนำโพลิแซคคาไรด์ที่เตรียมได้จากเห็ดเหล่านี้มาทดสอบคุณสมบัติทางยาแล้วพบว่ามีคุณสมบัติหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์และเภสัชกรรมได้ เช่น คุณสมบัติช่วยต้านมะเร็ง (anti-tumor) ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (immuno-stimulating) และช่วยให้ผิวหนังประสานแผลและลดการติดเชื้อได้ดีขึ้น ช่วยลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนั้นกลูแคนยังนำมาใช้เป็น thickening agent และ stabilizing agent ได้ด้วย คุณสมบัติการต้านมะเร็งของกลูแคนจะออกฤทธิ์ได้ดีกว่ามากเมื่อใช้ร่วมกันการใช้ยาต้านมะเร็ง (chemotherapy)
เห็ดที่คาดว่าสามารถสร้างโพลิแซคคาไรด์ที่มีคุณสมบัติเป็นยาต้านมะเร็งได้นั้นมีประมาณ 700 ชนิด(species) จาก 182 สกุล (genera) และอยู่ในทุกกลุ่มของเห็ด มีทั้งที่เป็นเห็ดที่นิยมรับประทาน และเห็ดที่ไม่นิยมนำมารับประทาน โดยที่เห็ดแต่ละชนิดจะให้ผลในการต้านมะเร็งไม่เท่ากัน เนื่องจากความแตกต่างของโครงสร้างของโพลิแซคคาร์ไรด์ แต่อย่างไรก็ดามโครงสร้างส่วนใหญ่จะเป็นกลูแคนที่มีโครงสร้างหลักเป็นน้ำตาลกลูโคสต่อกันด้วยพันธะไกลโคชิดิก (glycosidic bonds)

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อคัดเลือกเชี้อเห็ดที่กินได้ (edible mushrooms) สายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทยในการผลิตโพลิแซคคาไรด์ได้สูง
  2. เพื่อหาสูตรอาหารและสภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตโพลิแซคคาไรด์
  3. เพื่อศึกษาองค์ประกอบของโพลิแซคคาไรด์ที่สกัดได้จากเห็ด
  4. ทดสอบคุณสมบัติในการเป็นยา
  5. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีนีไปสู่อุตสาหกรรมขนาดเล็กและกลางใน ประเทศ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

  1. ได้ข้อมูลสายพันธุ์เห็ดกินได้ที่เหมาะสมต่อการผลิตโพลิแซคคาไรด์ที่มีฤทธิ์เป็นยา
  2. ทราบสูตรอาหารและสภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตโพลิแซคคาไรด์
  3. ทราบองค์ประกอบของโพลิแซคคาไรด์ที่สกัดได้จากเห็ดที่มีคุณสมบัติในการรักษาโรค
  4. เป็นแนวทางในการศึกษาการขยายการผลิตโพลิแซคคาไรด์ในถังหมักขนาดใหญ่ซึ่งสามารถทำได้ที่สถาบันวิจัย พัฒนาโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  5. เป็นแนวทางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตโพลิแซคคาไรด์จากเห็ดกินได้ไปสู่อตสาหกรรมขนาดเล็กและกลางในประเทศ

return topic

Revised: 2 September 2004/ 14:32:29
© 2004 by Research and Intellectual Property Promotion Center.