การวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่ปลอดเชื้อและสารเคมีตกค้างโดยใช้ระบบโอโซน (ระยะที่ 1-2)
Research and Development of Black Tiger (Shrimp) by Water, Treated
by Ozone System, without Diseases and Toxic Chemicals (Phase 1-2)


รศ.ดร.พิเชษฐ ลิ้มสุวรรณ  (หัวหน้าโครงการ)
Pichet Limsuwan. (Assoc. Prof.)
ผศ.ดร.นิตยา เกตุแก้ว
Nitaya Ketkaew. (Asst. Prof.)
คุณชลอ ลิ้มสุวรรณ
Chalor Limsuwan.
ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์

ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2547 งบประมาณ 648,760 บาท
ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2548 งบประมาณ 643,490 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่การเลี้ยงกุ้งกุลาดำทั่วประเทศประมาณ 500,000 ไร่ และประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกกุ้งทะเลแช่แข็งมากที่สุดติดต่อกันมานานหลายปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา โดยมีมูลค่าการส่งออกในปี 2544 ถึง 96,996 ล้านบาท (ข้อมูลจากกรมศุลกากร)
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำทางด้านนี้ แต่ขณะนี้การส่งออกกุ้งทะเลแช่แข็งของไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป มีปัญหาสารเคมีตกค้างและภายในประเทศเองก็มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้ง
ปัญหาข้อที่ 1 ซึ่งเป็นปัญหาสารตกค้างในตัวกุ้งเกิดจากการที่เกษตรกรใช้ยาปฏิชีวนะในบ่อเลี้ยงกุ้งเพื่อฆ่าเชื้อโรค ที่เกิดขึ้นกับกุ้ง
ส่วนปัญหาข้อที่ 2 เกิดจากของเสียที่เกิดขึ้นในบ่อเลี้ยงกุ้ง ได้แก่ เศษอาหารที่เหลือและขี้กุ้งที่เกิดการสะสมจำนวนมากในบ่อเลี้ยงกุ้ง เพราะในแต่ละบ่อเลี้ยงกุ้งจะมีกุ้งจำนวนประมาณ 100,000 ตัว/ไร่ ปัญหาของเสียในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงแก้ปัญหาโดยวิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ซึ่งของเสียเหล่านี้จะถูกปล่อยลงพื้นที่ใกล้เคียงหรือทะเลทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล
จากปัญหา 2 ข้อ สำคัญดังกล่าวข้างต้น โครงการวิจัยที่นำเสนอนี้จะเป็นทางเลือกใหม่ทางหนึ่ง ที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาระบบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำของเกษตรกรภายในประเทศ เพื่อให้ได้กุ้งกุลาดำที่ปลอดเชื้อและสารเคมี รวมทั้งการบำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงกุ้งโดยใช้ระบบโอโซน กล่าวคือระบบการถ่ายเทน้ำจะเป็นระบบปิด ไม่ก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
การใช้ก๊าซโอโซนในบ่อเพาะเลี้ยงกุ้งได้มีการใช้งานบ้างแล้ว ในฟาร์มของบริษัทใหญ่ๆ เช่น บริษัท ซี.พี. แต่เครื่องโอโซนที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก เช่น เครื่องผลิตโอโซนขนาด 15 กรัม/ชั่วโมง ราคาประมาณ 8 แสนกว่าบาท และเครื่องผลิตโอโซนขนาด 30 กรัม/ชั่วโมง ราคาประมาณ 1.8 ล้านบาท
จะเห็นว่าราคาเครื่องผลิตก๊าซโอโซนดังกล่าว ราคาสูงมาก ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำเกือบทั้งหมดทั่วประเทศไม่กล้าลงทุนซื้อมาใช้ในบ่อเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
คณะผู้วิจัย โดยนายพิเชษฐ ลิ้มสุวรรณได้พัฒนาเครื่องผลิตก๊าซโอโซนขนาด 250 มิลลิกรัม/ชั่วโมง ซึ่งมีราคาถูกกว่าเครื่องที่นำเข้ามาจากต่างประเทศมาก และได้นำมาใช้ในการกำจัดสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้และใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเลี้ยงหอยแครงและหอยนางรม สำหรับการส่งออกต่างประเทศ (เพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงหอย เพราะต่างประเทศมีข้อห้ามไม่ให้มีเชื้อจุลินทรีย์ตกค้างในหอยที่ส่งออก)

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อพัฒนาระบบโอโซน และระบบกำจัดของเสียเพื่อใช้ในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
  2. ติดตั้งระบบโอโซนและระบบกำจัดของเสียในฟาร์มกุ้งทดลอง
  3. ทดลองระบบกับบ่อเลี้ยงกุ้ง

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

  1. ลดการใช้คลอรีนและยาปฏิชีวนะในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
  2. เพิ่มผลผลิตในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่ทดลองดำเนินการ กล่าวคือกุ้งกุลาดำที่ผลิตจากโครงการนี้จะเป็นกุ้งที่มีความแข็งแรง ปราศจากเชื้อโรคและสารตกค้าง ดังนั้นจะเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
  3. ลดการปล่อยน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงกุ้งลงสู่พื้นที่ใกล้เคียงหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ นั่นคือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
  4. ถ้าโครงการวิจัยนี้ซึ่งถือว่าเป็นโครงการนำร่องประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธีนี้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้เพิ่มขึ้นนับแสนล้านบาท และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

return topic

Revised: 16 June 2003/13:43:10
© 1999 by Research and Intellectual Property Promotion Center.