การประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างเพื่อการประกันอัคคีภัย


ผู้รับผิดชอบโครงการ
รศ.ดร.ไกรวุฒิ เกียรติโกมล ศ.ดร.สมชาย ชูชีพสกุล ผศ.ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล อ.เศรษฐพงศ์ ศรีวิริยานนท์
อ.เอกสิทธิ์ จิรายุวานนท์
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
โทร.0-2470-9134, 0-2470-9146 โทรสาร 0-2427-9063
หลักการและเหตุผล
การกำหนดวงเงินเอาประกันอัคคีภัยในทรัพย์สินของอาคาร มักถูกกำหนดตามการชักจูงของตัวแทน หรือนายหน้าหรือกำหนดด้วยตัวเอง ซึ่งอาจกำหนดวงเงินไว้สูงหรือต่ำเกินไปได้ หากผู้เอาประกันภัยไม่มีความรู้ในการประเมินราคาอาคารอย่างแท้จริง ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ประกันราคาของอาคารหรือทรัพย์สินไว้สูงกว่ามูลค่าจริงไว้มาก ทำให้ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสูงเกินไป และเมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายในวงเงินของค่าเสียหายจริงซึ่งต่ำกว่ามูลค่าของการประกันภัยไว้ นั่นคือเสียเบี้ยประกันภัยส่วนที่เกินไปโดยเปล่าประโยชน์ และในทางตรงกันข้าม หากผู้เอาประกันภัยประเมินราคาของทรัพย์สินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้น จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายในวงเงินที่ทำประกันไว้เท่านั้น แต่ว่ามูลค่าที่เสียหายจริงๆนั้นสูงกว่าวงเงินที่ได้รับชดเชยมาก ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นต่อประชาชนผู้เอาประกันภัยทั้งหลาย
กรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากปล่อยให้ดำเนินการต่อไปเช่นนี้ จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เอาประกันภัย ดังนั้นจึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยทำการศึกษาวิจัยกำหนดมาตรฐานราคาสิ่งก่อสร้างเพื่อการประกันอัคคีภัยสิ่งปลูกสร้าง อันได้แก่ อาคารบ้านพักอาศัย, อาคารพาณิชย์, อาคารขนาดใหญ่ ตลอดจนสิ่งตกแต่งติดตั้งตรึงตราต่างๆของอาคาร โดยใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินราคาของอาคารต่างๆ โดยยึดหลักการว่า การใช้ข้อมูลดังกล่าวต้องสามารถใช้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีความแม่นยำในระดับที่ยอมรับได้
ประโยชน์ที่จะได้รับ
การถอดแบบเพื่อประเมินราคาของอาคารแต่ละหลัง หากให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนมาดำเนินการถอดแบบจะยุ่งยากและอาจทำให้ราคาที่ประเมินผิดพลาดได้มาก เพราะข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการถอดแบบแต่ละครั้งมีเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงดัชนีของราคาวัสดุ, ค่าแรงในการก่อสร้าง, ภาวะเงินเฟ้อ, อายุการใช้งานของอาคารหรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การประเมินราคายุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น
มาตรฐานของราคาที่ได้ทำการศึกษา สามารถลดข้อพิพาทในการจ่ายสินไหมทดแทน ตลอดจนให้ความเป็นธรรมทั้งผู้เอาประกันภัยและบริษัทเอาประกันภัยด้วย การใช้คอมพิวเตอร์ในการประเมินราคาอาคารทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผลงานวิจัยครั้งนี้เป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย


  ทำการปรับปรุงเมื่อ : วันที่ 14 กันยายน 2544