การพัฒนาโรงเรือนต้นแบบเพื่อเกษตรกรรายย่อยและอุตสาหกรรมชนบท (ระยะที่ 1-2)
Low Cost Bamboo Based Greenhouses (Phase 1-2)


ผศ.ดร.ศิริชัย เทพา  (หัวหน้าโครงการ)
Sirichai Thepa. (Asst. Prof.)
สายวิชาเทคโนโลยีพลังงาน คณะพลังงานและวัสด ุ
ผศ.ดร.รัตนชัย ไพรินทร์
Rattanachai Pairintra. (Asst. Prof.)
คุณสงบ ขำโสภา
คุณศันสนีย์ แสนศิริพันธ์

ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2548 งบประมาณ 545,790 บาท
ทุนหมวดเงินอุดหนุนประจำปี 2549 งบประมาณ 350,000 บาท

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ประเทศไทยนับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาถือได้ว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม แม้ว่าในสภาพปัจจุบันประเทศไทยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมก็ตาม แต่ผลผลิตทางการเกษตรก็ยังมีความสำคัญและนำรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมีผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถช่วยพยุงฐานะของประเทศได้ระดับหนึ่ง และยังช่วยผู้ที่ว่างงานให้มีงานทำ ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนมากนัก แต่ในกระบวนการการทำการเกษตรนั้นยังเกิดปัญหา เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อตลาด อีกทั้งคุณภาพต่ำ ซึ่งเกิดจากภาครัฐยังให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ อีกทั้งเกษตรกรยังขาดความรู้ในการพัฒนาผลผลิต เงินทุนและเทคโนโลยีในการเพาะปลูก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดจะให้ผลผลิตหรือการเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศและสภาวะอากาศที่เหมาะสม เช่น การปลูกพืชเมืองหนาวจะปลูกได้ดีทางภาคเหนือและพืชเมืองร้อนจะปลูกได้ดีทางภาคกลาง ส่วนพืชที่ต้องการความชื้นสูงจะปลูกได้ดีในภาคใต้ ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวทำให้เกิดข้อจำกัดในการเพาะปลูก เนื่องจากในแต่ละภาคจะมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันทำให้พืชบางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้น ดังนั้นการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้มีผลผลิตสูงและคุณภาพดีและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญคือ สภาวะอากาศหรือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีและหลักวิชาการทางด้านการปรับสภาวะอากาศที่เหมาะสมกับการเกษตรกรรม ทำให้การเพาะปลูกพืชสามารถทำได้ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกัน
ในการปรับสภาวะอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกนั้นจำเป็นต้องสร้างโรงเรือน เพื่อช่วยในการรักษาสภาวะอากาศให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้การควบคุมสภาวะอากาศนั้นสามารถทำได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำการเพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรือนที่นำมาใช้ในประเทศไทยในภาคเหนือที่ใช้กับการเพาะปลูกพืชบางประเภท เช่นไม้ดอกและพืชผัก จะมีหน้าที่ที่สำคัญคือ ช่วยป้องกันอันตรายจากการติดเชื้อโรคระบาดและความเสียหายจากฝน ซึ่งส่งผลเสียต่อการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่การนำเอาโรงเรือนเพาะปลูกมาใช้นั้น ยังเกิดปัญหาตามมาคือการขาดเทคโนโลยีและความรู้และความเข้าใจในการนำมาใช้ยกตัวอย่าง ปัญหาที่เกิดจากการปลูกพืชและไม้ดอกในโรงเรือนที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ เป็นผลให้อัตราการเจริญเติบโตของพืชและไม้ดอกลดลง เนื่องจากผลของอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นภายในโรงเรือนสูงกว่าสภาวะแวดล้อม
นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญมากที่สุดในขณะนี้คือราคาของโรงเรือน และระบบที่สามารถควบคุมสภาวะอากาศได้นั้นมีราคาสูง ทำให้เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำไม่สามารถมีโรงเรือนเพาะปลูกได้ เป็นผลให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพต่ำ และยังส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเกษตรกรบางกลุ่มยังกู้เงินมาใช้ในการทำการเกษตร ผลที่ตามมาคือเกษตรกรจะหันไปใช้พืชที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมที่มีความต้านทานต่อโรคสูง และใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ทำให้เกิดผลเสียต่อค่าใช้จ่ายในการซื้อพืชเหล่านั้นและผลเสียจากสารเคมีตกค้าง ซึ่งในบางครั้งภาครัฐหรือภาคเอกชนจำเป็นต้องนำเข้าพืชบางชนิด ทำให้บางประเทศเห็นช่องทางในการทำการค้ายกตัวอย่างเช่นการนำเข้าดอกเบญจมาศ ซึ่งปัจจุบันได้นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ที่ให้คุณภาพสูงและราคาถูกกว่า เข้ามาแข่งขันในประเทศ ยิ่งทำให้เกษตรกรไทยได้รับความเดือนร้อนมากขึ้น มีเพียงเกษตรกรบางกลุ่มเท่านั้นที่อาศัยเทคโนโลยีโดยใช้โรงเรือนเพาะปลูกเข้ามาเพิ่มผลผลิต แต่ก็ยังเกิดปัญหาเนื่องจากเกษตรกรยังอาศัยการเช่าโรงเรือนที่มีโครงสร้างทำด้วยเหล็กชุบกัลวาไนซ์ และใช้วัสดุที่มีราคาสูงเป็นส่วนประกอบของโรงเรือนในการเพิ่มผลผลิตเพื่อให้ทันต่อการแข่งขัน ทำให้เกิดผลเสียต่อต้นทุนที่ใช้ในการประกอบการ แต่สำหรับเกษตรกรที่มีรายได้มากพอที่จะสร้างโรงเรือนได้ ซึ่งปัจุจบันโรงเรือนที่ใช้โครงสร้างเป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 24 เมตร ราคา 32,000 - 35,000 บาท และถ้ารวมระบบน้ำจะอยู่ราวๆ 50,000 บาท ต่อโรงเรือน
และจากปัญหาดังกล่าวถ้าสามารถหาทางแก้ไขปัญหาด้านราคาของโรงเรือนและระบบการควบคุมสภาวะอากาศภายในโรงเรือน จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพดีขึ้นแข่งขันกับต่างประเทศได้ ลดต้นทุนในการผลิต และช่วยให้เกษตรกรมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ดังนั้นในปัจจุบัน ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีที่สามารถช่วยในการลดอุณหภูมิอากาศภายในโรงเรือนมาใช้เรียกว่าระบบการทำความเย็นแบบระเหย ซึ่งเป็นวิธีการทำความเย็นแบบประหยัดโดยอาศัยการระเหยน้ำโดยใช้อากาศ และเป็นระบบที่ให้ประสิทธิภาพได้ดีระดับหนึ่ง ดังนั้นเป็นไปได้ว่าถ้าสามารถนำระบบดังกล่าวมาใช้ในการลดและควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือน ประกอบกับการใช้โครงสร้างโรงเรือนที่ทำจากวัสดุราคาถูก เช่นไม้ไผ่ มาใช้เป็นทางเลือกในการออกแบบโครงสร้างโรงเรือนไม้ไผ่แบบประหยัด ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากประเทศไทยมีไม้ไผ่หลากหลายชนิดกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างได้ ดังนั้น การนำไม้ไผ่ที่มีอยู่หรือปลูกขึ้นมาเพื่อใช้สร้างโรงเรือนทั้งหมดหรือใช้เป็นวัสดุทดแทนบางส่วน ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยลดราคาต้นทุนในการก่อสร้างโรงเรือนได้ อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถสร้างได้เอง
ดังนั้นในงานวิจัยนี้ จึงได้ศึกษาการนำไม้ไผ่มาใช้ในการก่อสร้างโรงเรือนเพาะปลูกพืชแบบประหยัดที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายและเพิ่มคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อศึกษาและออกแบบโรงเรือนดอกไม้ประดับราคาถูกสำหรับเกษตรกร
  2. เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกลและวิธีการป้องกัน รวมทั้งการรักษาไม้ไผ่ที่ใช้ทำโรงเรือน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

  1. ในด้านวิชาการ ได้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติทางกลและวิธีการปรับคุณสมบัติของไม้ไผ่ เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น รวมทั้งกลไกของความร้อนในโรงเรือน
  2. ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการออกแบบโรงเรือนที่เหมาะสมกับสภาวะ แวดล้อมต่างๆ
  3. ด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม เป็นตัวอย่างงานวิจัยที่รณรงค์การใช้วัสดุธรรมชาติที่สามารถปลูกขึ้นได้ให้มี ประโยชน์สูงสุด โดยใช้งานวิชาการเป็นสื่อกลางต่อการนำไปใช้
return topic

Revised: 16 July 2004/13:43:10
© 2004 by Research and Intellectual Property Promotion Center.