สารจากคณบดี

คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี เป็นคณะที่ดำเนินการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ดำเนินภารกิจตามกรอบทิศทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ.2549 – 2563 โดยมีแนวคิดที่จะยกระดับภารกิจของคณะให้ไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น ดังนี้
เป้าหมายแรกคือการยกระดับงานวิจัยไปสู่มาตรฐานสากล พัฒนางานวิจัยให้เป็นงานวิจัยในเชิงสร้างสรรค์ เป็นงานวิจัยต่อยอดและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ (Research Development and Innovation) และยกระดับห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศงานวิจัยเฉพาะทาง ซึ่งตัวชี้วัด ได้แก่ จำนวนสิทธิบัตร บทความวิชาการในวารสารนานาชาติ รางวัลนวัตกรรม จำนวนศูนย์ความเป็นเลิศฯ

เป้าหมายที่สอง คือ ยกระดับคุณภาพของบัณฑิต
โดยการคัดเลือกนักศึกษาแบบเชิงรุก ซึ่งคณะฯจะเข้าไปคัดสรรนักเรียนที่มีศักยภาพตั้งแต่ระดับมัธยมปลายถึงระดับปริญญาตรี รวมถึงนักศึกษาต่างชาติ เพื่อให้ได้นักศึกษาที่มีผลการเรียนในระดับต้นๆของชั้นหรือมีความสามารถพิเศษเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกของคณะมากขึ้น และหาทุนการศึกษาให้ ตัวชี้วัด ได้แก่ จำนวนนักศึกษาเกียรตินิยมที่เข้าศึกษาต่อที่คณะฯ จำนวนทุนการศึกษาที่คณะฯสามารถขอจากแหล่งทุนภายนอก สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

เป้าหมายที่สาม คือ การยกระดับงานบริการวิชาการ จากการรับจ้างวิจัยและบริการวิเคราะห์ ไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ยกระดับการบริการวิชาการสู่ชุมชนจากการเข้าไปอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวบ้านไปเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบาย (Policy Facilitator) ในระดับชุมชน ตัวชี้วัด ได้แก่ จำนวนอุตสาหกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และจำนวนผู้ประกอบการรายใหม่ จำนวนชุมชนที่คณะฯเข้าไปเป็นที่ปรึกษา

เป้าหมายที่สี่ ได้แก่ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีวินัยและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เน้นการทำงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยการปรับระบบการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เกิดความภาคภูมิใจนอกเหนือจากคะแนนเพื่อสะท้อนถึงความพยายามและความสามารถของแต่ละบุคคล พัฒนาบุคลากรใหม่หรือที่มีอายุน้อยให้มีการทำงานแบบแข่งขันและมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ตัวชี้วัด ได้แก่ สัดส่วนของผลลัพธ์ (output) มากกว่าทรัพยากรที่ใช้ (input)

ในปี 2551 คณะฯ ได้เปิดหลักสูตรร่วมเพิ่มขึ้นอีก 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรรมชีวภาพ มีจำนวนบุคลากรวิจัยเพิ่มขึ้น 2 คน และมีผลงานด้านการวิจัยและวิชาการเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2550 โดยจำนวนผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ มีจำนวน 43 เรื่อง เพิ่มขึ้น 116 เปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ ลดลง 73 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากคณะฯ มีนโยบายเพิ่มจำนวนผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติมากขึ้น ตลอดจนจำนวนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่ได้รับและยื่นขอจดในปีนี้มีมากถึง 8 เรื่อง รวมทั้งจำนวนนักศึกษาและอาจารย์ที่ได้รับรางวัลในการเสนอผลงานมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคณะฯ มีนโยบายจะพัฒนางานวิจัยไปสู่ระดับสากล โดยในปีนี้ได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนนักวิจัยและนักศึกษา จัด research forum เพื่อให้นักวิจัยได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์และนักวิจัยตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับนานาชาติ ส่งเสริมงานบริการวิชาการให้ไปสู่การเป็นผู้นำทางความคิดให้กับชุมชน และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน รวมถึงการนำความรู้ที่ได้จากการวิจัยไปสู่การประกอบการในเชิงพาณิชย์

ด้านการยกระดับคุณภาพของบัณฑิต คณะฯได้มีการคัดเลือกนักศึกษาแบบเชิงรุก มีการให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี การให้ทุนผู้ช่วยวิจัยเมื่อนักศึกษาเริ่มทำงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ จัดกิจกรรมการเพิ่มทักษะการอ่านภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาปีที่ 1 กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน และการสร้างบรรยากาศให้เป็นนานาชาติมากขึ้นโดยการเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติ การทำงานร่วมกับนักวิจัยต่างชาติ และการเรียนการสอนกับอาจารย์ต่างชาติ

ผลการดำเนินงานทั้งหมดของคณะฯ ประสบความสำเร็จได้ เนื่องมาจากบุคลากรและนักวิจัยของคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยีรวมทั้งนักศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือและอุทิศตนในการทำงานเป็นอย่างดี และมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการผลิตผลงานของคณะฯ และขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนภารกิจของคณะฯ ด้วยดีเสมอมา

รองศาสตราจารย์นฤมล จียโชค
คณบดีคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี