การศึกษาการกัดกร่อนของกรดซัลฟูริกต่อคอนกรีตและผลกระทบของน้ำทะเลต่อ
ระยะหุ้มคอนกรีตที่ผสมเถ้าาลิกไนต์แม่เมาะ
A Study of Sulfuric Acid Attack on Mae Moh Fly Ash Concrete
and Effect of Sea Water on Covering of Concrete
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 2543-46

รศ.ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล
Chai Jaturapitakkul (Assoc. Prof.)
รศ.ดร.ไกรวุฒิ เกียรติโกมล
Kraiwood Kiattikomol. (Assoc. Prof.)
ผศ.เอนก ศิริพานิชกร
Anak Siripanitchakorn. (Asst. Prof.)

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

ในบางสภาวะคอนกรีตอาจได้รับการกัดกร่อนเนื่องจากกรดซัลฟูริค เช่น ในระบบท่อระบายน้ำเสียหรือฝนกรด ซึ่งทำให้คอนกรีตเสียหายได้โดยง่าย ดังนั้จึงมีความพยายามที่จะพัฒนาคอนกรีตที่สามารถทนกรดได้สูง การใช้เถ้าถ่านหินหรือเถ้าลอยซึ่งเป็นวัสดุปอซโซลานเป็นทางหนึ่งที่อาจสามารถทำให้อายุการใช้งานของมอร์ตาร์ภายใต้สภาวะกรดซัลฟูริคมีอายุยาวนานขึ้น
สภาวะแวดล้อมที่เป็นน้ำทะเลถือว่าเป็นอีกสภาวะหนึ่งที่มีการกัดกร่อนต่อคอนกรีตสูง วิศวกรโดยทั่วไปจึงมักกำหนดให้ระยะหุ้มของคอนกรีตมีค่ามากขึ้นเพื่อลดผลกระทบของการกัดกร่อนดังกล่าว   การกำหนดระยะหุ้มคอนกรีตจะขึ้นอยู่กับ กำลังอัดของคอนกรีตขนาดของเหล็กเสริมในคอนกรีตและสภาวะการกัดกร่อนที่คอนกรีตนั้นๆ สัมผัสอยู่ ฯลฯ
เนื่องจากข้อมูลของการกัดกร่อนในประเทศไทยยังน้อยมากและหากมีการศึกษาถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ย่อมทำให้การใช้เถ้าถ่านหินในประเทศขยายตัวมากขึ้น    เพราะมีข้อมูลที่ศึกษาในประเทศเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น การใช้ข้อมูลการวิจัยจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอาจให้ผลที่แตกต่างออกไปได้ เพราะสภาพแวดล้อมตลอดจนลักษณะของดินฟ้าอากาศในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น ย่อมแตกต่างจากต่างประเทศที่ทำงานวิจัยในเรื่องเถ้าถ่านหินที่มักเป็นประเทศในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว เช่นญี่ปุ่นหรือประเทศสหรัฐอเมริกา

วัตถุประสงค์ของโครงการ

ศึกษาการกัดกร่อนของกรดซัลฟูริคที่มีต่อมมอร์ตาร์ที่ผสมเถ้าถ่านหินและผลกระทบของการใช้ระยะหุ้มของมอร์ตาร์ที่ผสมเถ้าถ่านหินที่แช่อยู่ในน้ำทะเลซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนสูง โดยอาศัยความร่วมมือและประสบการณ์จากนักวิชาการไทยในต่างประเทศ

return research 41. topic

Revised: 13 December 2000