| แหล่งทุน |
| สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (National Research Council of Thailand) |
| ขอบข่าย |
เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนไทยใน 7 ด้าน คือ
1. พฤติกรรมจริยธรรม
2. พฤติกรรมประชาธิปไตย
3. พฤติกรรมสิ่งแวดล้อมและสาธารณประโยชน์
4. พฤติกรรมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการบริโภค
5. พฤติกรรมครอบครัว
6. พฤติกรรมการทำงาน
7. พฤติกรรมการเป็นพลเมืองดี
โดยมีรูปแบบการวิจัย 5 ประเภท คือ
1. การวิจัยเปรียบเทียบ และศึกษาความสัมพันธ์
2. การวิจัยข้ามวัฒนธรรม
3. การวิจัยและพัฒนา
4. การวิจัยเชิงทดลอง
5. การวิจัยประเมินผล
|
| เงื่อนไข |
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย มีความรู้ ความสามารถด้านการวิจัยเกี่ยวกับระบบพฤติกรรมไทยมีรูปแบบการวิจัยดังกล่าวข้างต้น
- ผู้วิจัยสามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยตลอดระยะเวลาที่ได้รับทุน
- ผู้วิจัยมีหลักฐานการทำงานมั่นคงโดยมีผู้รับรองตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติกำหนด
- ไม่ติดค้างการส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ หรือไม่อยู่ในระหว่างการรับทุนวิจัยประเภทอื่นจากสำนักงานฯ
- ระยะเวลาดำเนินการวิจัยไม่เกิน 3 ปี
- ผู้รับทุนต้องส่งรายงานความก้าวหน้าของการวิจัยทุก 6 เดือน และบทความเกี่ยวกับผลงานความก้าวหน้าทางวิชาการ (ถ้ามี)
- ผลการวิจัยและสิ่งซึ่งเป็นผลงานจากการวิจัย เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของผู้วิจัยและสำนักงานฯ ในระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นเป็นของผู้วิจัย ส่วนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเป็นของผู้วิจัย
- การตีพิมพ์ผลการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องลงข้อความว่า "ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ" และการเผยแพร่ผลงานวิจัยเป็นความรับผิดชอบของผู้วิจัยแต่ผู้เดียว
|
| การส่งข้อเสนอโครงการ |
| ส่งข้อเสนอโครงการตามแบบ วช. 1พ ลงในกระดาษขนาด A4 จำนวน 15 ชุด |
| งบประมาณ |
| ไม่เกิน 1 ล้านบาท
|
| ระยะเวลาขอรับทุน |
| ตลอดปี
|
| หน่วยงานที่ติดต่อ |
กลุ่มงานทุนอุดหนุนการวิจัย กองส่งเสริมการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
196 พหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900
โทร. 0-2940-5743, 0-2940-6829, 0-2561-2445 ต่อ 459, 460
โทรสาร 0-2940-6829, 0-2579-0455
|
| แบบเสนอโครงการทุนอุดหนุนการวิจัยและระบบพัฒนาพฤติกรรมไทย (วช. 1พ)
|
| แหล่งทุน |
| สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (National Research Council of Thailand) |
| ขอบข่าย |
- เพื่อศึกษาสถานภาพการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทาง และหัวข้อการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยในระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ช่วงกลาง (2546-2549)
- เพื่อศึกษาและกำหนดตัวชี้วัด ความสามารถในการพัฒนาและแข่งขันด้านเทคโนโลยี ระดับมหภาค เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- เพื่อศึกษาและจัดทำแผนที่การวิจัย (Research Mapping) ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการให้ทุนการวิจัย และเพื่อกำหนดแนวทางของหน่วยงานที่ให้ทุนการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และสนับสนุนโครงการวิจัยใหม่ที่สมควรได้รับการอุดหนุนการวิจัยเพิ่มเติม
- เพื่อกำหนดลักษณะและประเภทของโครงการวิจัยที่สมควรได้รับการสนับสนุนการวิจัย เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดความสำคัญ ของลักษณะโครงการวิจัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทต่างๆ ที่สมควรได้รับทุนอุดหนุนวิจัยก่อนหลัง
|
| ขอบเขตการศึกษา |
- ทบทวนการศึกษา (Review of Related Literature) ของการศึกษาความต้องการในการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศ เพื่อชี้ลักษณะและทิศทางความต้องการการวิจัยที่ผ่านมา และควรศึกษาความสอดคล้อง/ความแตกต่างกับทิศทางการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับต่างประเทศ
- การสำรวจข้อมูล ของโครงการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในประเทศไทยจากแหล่งทุนต่างๆ และ/หรือสถาบันวิจัยต่างๆ ในรอบระยะเวลา 10 ปี ทั้งนี้ให้รวมถึงโครงการที่เป็นวิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน
- นำผลการสำรวจข้อมูลโครงการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทยตามข้อ 2 มาจัดกลุ่มประเภท และจัดทำแผนที่การวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Research Mapping)
- วิเคราะห์แผนที่การวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามข้อ 3 เพื่ออธิบายผลการกระจายและกระจุกตัวของการให้ทุนการวิจัย และการจัดทำโครงการวิทยานิพนธ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- เสนอแนะทิศทางการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล และศึกษาแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9
- ศึกษาและกำหนดตัวชี้วัดความสามารถในการพัฒนาและแข่งขันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศตามข้อ 5 โดยกำหนดกลุ่มชี้วัดไม่น้อยกว่าหัวข้อดังนี้
- การวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) ด้าน Hardware และ Software ซึ่งรวมถึงการวิจัยทางด้านออกแบบคิดค้นสถาปัตยกรรม (Architectural Design) การออกแบบวงจร การออกแบบคิดค้นอุปกรณ์เพอริเพอรัล (Peripheral) การออกแบบ Topology และการออกแบบ Protocol เป็นต้น
- การวิจัยประยุกต์ (Apply Research) ด้าน Hardware และ Software ซึ่งหมายถึง การวิจัยเพื่อพัฒนาอุปกรณ์หรือโปรแกรมเพื่อใช้งานประเภทต่างๆ ทั้งนี้ให้รวมถึงงานประเภทโปรแกรมระบบ (System Software) และโปรแกรมประยุกต์ด้วย (Application Software)
- การวิจัยทางด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม
- การถ่ายทอดเทคโนโลยีสารสนเทศโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายชี้วัดอย่างน้อย ดังนี้
- ก. ระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา
- ข. ระดับอุดมศึกษา
- ค. ภาคธุรกิจและประชาชน
- ความพร้อมของการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกำหนดกลุ่มชี้วัดอย่างน้อย ดังนี้
- ก. วิศวกรระบบ
- ข. โปรแกรมเมอร์
- ค. เจ้าหน้าที่เทคนิค
- โดยเน้นเรื่องการผลิตบุคลากรในด้านต่ำกว่าปริญญาตรี และด้านบัณฑิต
- การสนับสนุนอื่นๆ ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิเช่น ด้านกฎหมาย ด้านการเผยแพร่ อาทิเช่น Citation Index
- เสนอแนะลักษณะแนวทางของโครงการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่สมควรได้รับการอุดหนุนทุนวิจัยเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนะลำดับความสำคัญในการจัดสรรทุนวิจัย
|
| คุณสมบัติของผู้ศึกษา |
ผู้ดำเนินการตามโครงการนี้ ควรประกอบด้วย
1. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
3. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสถิติและข้อมูล
|
| รายงาน |
- รายงานเบื้องต้น (Inception Report) ซึ่งผู้รับทุนจะต้องส่งให้สภาวิจัยภายใน 1 เดือน ซึ่งประกอบด้วยการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น และแนวคิดวิธีการศึกษาการจัดทำตัวชี้วัด
- รายงานระยะกลาง (Interim Report) จะต้องส่งให้สภาวิจัยภายในเดือนที่ 4 ซึ่งจะต้องประกอบด้วยการทบทวนผลการศึกษา การรวบรวมข้อมูลวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและกรอบแนวคิดในการจัดทำตัวชี้วัด ความสามารถในการจัดพัฒนาและแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ร่างรายงานขั้นสุดท้าย (Draft Final Report) ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดของการศึกษาทุกด้านตามข้อกำหนด ผลการศึกษาส่งภายในเดือนที่ 7
- รายงานขั้นสุดท้าย (Final Report) ซึ่งผู้ศึกษาวิจัยจะต้องจัดส่งภายใน 1 เดือน นับจากการับทราบผลการพิจารณาร่างรายงานขั้นสุดท้าย และผู้วิจัยได้แก้ไขปรับปรุงรายละเอียดทุกด้านตามที่คณะกรรมการพิจารณาได้กำหนดครบถ้วนแล้ว
|
| การส่งข้อเสนอโครงการ |
| ส่งข้อเสนอโครงการตามแบบ วช. 1ก จำนวน 21 ชุด ผ่านศูนย์ส่งเสริมฯ |
| งบประมาณ |
| ระยะเวลา 8 เดือน จำนวน 825,000 บาท
|
| ระยะเวลาขอรับทุน |
| เดือนมีนาคม-เมษายน
|
| หน่วยงานที่ติดต่อ |
เลขานุการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศน์ศาสตร์ ฝ่ายข้อมูลการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
196 พหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900
โทร 0-2561-4874 หรือ 0-2561-2445 ต่อ 442 โทรสาร 0-2579-2286
|
| แบบเสนอโครงการในการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยประเภททั่วไป (วช. 1 ก)
|
| แหล่งทุน |
| สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (National Research Council of Thailand) |
| ขอบข่าย |
| ปัญหาในสามจังหวัดภาคใต้นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงจนไม่สามารถคาดเดาจุดจบของเหตุการณ์ได้ ในด้านหนึ่งรัฐบาลได้พยายามแก้ไขสถานการณ์โดยใช้แนวทางการทหาร การเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ แต่ยังมีอีกแนวทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ คือวิธีการทางข่าวสาร โดยวิธีการบูรณาการหลักการทางนิเทศศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเป็นทิศทางการบริหารจัดการ ตลอดจนการกำกับดูแลข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน(หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุโทรทัศน์) สื่อชุมชน(เช่นวิทยุชุมชน) และสื่อใหม่ (อินเตอร์เน็ท โทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี โทรศัพท์แบบใหม่ และเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆอย่างอื่น) เน้นประเด็นข้อมูลข่าวสารที่เจาะลึกลงไปในประเด็นปัญหาภาคใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ
1. เพื่อแสวงหาทิศทางการบริหารจัดการข่าวสารของสื่อมวลชน สื่อชุมชน และสื่อใหม่ ที่สอดคล้องกับสังคมข่าวสาร
2. เพื่อแสวงหาแนวทางการกำกับดูแลข้อมูลข่าวสารด้วยกฎหมายและจริยธรรม เพื่อสร้างสันติภาพในภาคใต้
3. เพื่อบูรณาการสองศาสตร์เข้าด้วยกันให้เป็นผลผลิตเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในภาคใต้
|
| ขอบเขตการศึกษา |
แสวงหาแนวทางบริหารจัดการในมิติคู่ขนานของเทคโนโลยสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ โดยใช้ขั้นตอนดังนี้
1. Input : ศึกษาแหล่งข่าวสารของสื่อชนิดต่างๆ โดยสื่อมวลชนและสื่อบุคคลใช้วิธีการทางนิเทศศาสตร์เป็นตัวบ่งชี้ ส่วนอินเตอร์เน็ตใช้วิธีการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวบ่งชี้
2. Process: กระบวนการเผยแพร่ข่าวสาร แยกย่อยออกเป็น
- มุมมองทางประวัติศาสตร์ข่าวสารจากสื่อมวลชน สื่อชุมชน และสื่อใหม่ ในเชิงสัมพันธ์กับปรัชญาโลกาภิวัตน์ในสามจังหวัดภาคใต้ คู่ขนานกับข้อมูลพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศในสามจังหวัดภาคใต้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน (เทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ )
- ผลกระทบของสื่อทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ศาสนา และความมั่นคง ในระดับชาติ และส่วนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ (นิเทศศาสตร์)
- ปมปัญหาทางท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับโลกาภิวัตน์ : บทบาทหน้าที่ของสื่อ , อุดมการณ์และวาทกรรมในข่าวสารจากสื่อมวลชน สื่อชุมชน และสื่อใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับสามจังหวัดภาคใต้ , ช่องว่างทางข่าวสาร (Digital Gap) (นิเทศศาสตร์ )
- ปัญหาและการแก้ปัญหาการบริหารจัดการข่าวสารภาคใต้ขององค์กรของรัฐและเอกชน การกำกับดูแลสื่อชนิดต่างๆ (เทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ )
3.Output:
- ทิศทางการแพร่กระจายข่าวสารผ่านสื่อมวลชนและสื่อชุมชนเพื่อสังคมสันติสุข (นิเทศศาสตร์)
- แนวทางการตอบโต้การสร้างความไม่สงบทางอินเตอร์เน็ทของกลุ่มก่อการร้าย (Anti-Cyber-Terrorism) (เทคโนโลยีสารสนเทศ)
- ทิศทางประดิษฐกรรมระบบการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสันติสุข(เทคโนโลยีสารสนเทศ)
|
| คุณสมบัติของผู้ศึกษา |
1. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์
|
| รายงาน |
| ตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ |
| การส่งข้อเสนอโครงการ |
| ส่งข้อเสนอโครงการตามแบบ วช. 1ก/พ จำนวน 21 ชุด ผ่านศูนย์ส่งเสริมฯ |
| งบประมาณ |
| 2,600,000 บาท
|
| ระยะเวลาขอรับทุน |
| เดือนมกราคม-มีนาคม
|
| หน่วยงานที่ติดต่อ |
เลขานุการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศน์ศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
196 พหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900
โทร 0-2561-4874 หรือ 0-2561-2445 ต่อ 442 โทรสาร 0-2579-2286
|
| แบบเสนอโครงการในการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย (วช. 1 ก/พ)
|