บันทึกประสบการณ์ Facilitator
การชมเชย เสียงสวรรค์ที่นักเรียนต้องการ

ลุง KEN
          คนเราทุกคนล้วนต้องการมีความสำคัญ และได้รับการชื่นชม ชีวิตเราต้องการคำชมเชย การชมเชยเปรียบเสมือนการเติมรสชาติของอาหารที่จืดชืดให้อร่อยขึ้นในพริบตา เมื่อได้รับคำชมเชยหัวใจที่เคยห่อเหี่ยวก็พองโตขึ้นมาในทันทีเหมือนได้รับน้ำทิพย์อันแสนวิเศษ คำกล่าวนี้คงไม่เกินความจริงหากคุณเป็นคนที่เคยได้รับคำชมเชย หรือเคยชมใครด้วยความจริงใจ
          จากการสำรวจพบว่าระดับความต้องการของคนในองค์กร เงินไม่ใช่สิ่งสูงสุดความต้องการที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนสำคัญขององค์กร คำชื่นชมเมื่อทำงานสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก มีความสำคัญมากกว่าเงินทอง
          เนื้อหาต่อไปนี้จะถ่ายทอดประสบการณ์ที่ประทับใจ ของนักเรียนคนหนึ่งมีกับครูที่เคยสอนในสมัยเรียนมัธยมต้น และด้วยคำชมเพียงเล็กน้อยที่ครูให้ ทำให้นักเรียนคนนั้นชอบวิชาที่ครูท่านนั้นสอนจนกระทั่งทุกวันนี้
          "อาจารย์ สุทธิศักดิ์ เป็นครูสอนวิชาชีพพื้นฐานด้านช่าง ของโรงเรียนมัธยมที่ผมเคยเรียนอยู่ ด้วยตัวที่อ้วนกลม และไว้หนวด หลายๆคนในโรงเรียนจึงตั้งชื่อใหม่ให้กับอาจารย์ว่า "ครูอ้วน"
          โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนชายล้วน และด้วยลักษณะพิเศษของพวกเราที่จัดอยู่ในพวกเรียนดีน้อย จึงถูกรวบรวมไปอยู่ในห้อง11 (จากห้องทั้งหมด 12 ห้อง โดยแบ่งเด็กที่เรียนเก่งด้านคำนวณไว้ห้อง 1 - 6 และถัดจากนั้นก็แบ่งตามสายศิลป์และสายช่างอีก 6 ห้อง) ห้องที่ขึ้นชื่อว่าแก่น ไม่ตั้งใจเรียนที่สุด ก็คือ ห้อง 11 และ 12 เพราะพวกนี้ (รวมพวกเราด้วย) จะเลือกเรียนวิชาเลือกด้านช่าง ลักษณะของพวกเราก็คือไม่ชอบวิชาที่ต้องนั่งท่องจำ แต่ชอบวิชาปฏิบัติ
          ครูอ้วนสอนผมในชั้น ม. 3 วิชาช่างพื้นฐาน ในวิชาที่อาจารย์สอนมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น คือ เพื่อนๆที่เคยขี้เกียจ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) กลับตั้งใจเรียนในวิชานี้มาก งานที่ครูสั่งให้ทำหลายๆคนตั้งใจทำมาก เกิดอะไรขึ้นกับพวกเราหลายๆคน จะว่าพวกเราอยากกลับตัวกลับใจเป็นเด็กดี(ในสายตาครูคนอื่น)ก็ไม่ใช่ เพราะในวิชาอื่นเราก็ยังเป็น(วายร้าย) เหมือนเดิม คุยกันในห้อง แซวอาจารย์ นั่งหลับ ไม่สนใจเรียน แอบนำขนมมากินในห้อง ตามภาษาเด็กวัยรุ่นชายล้วน
          มันเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของพวกเราทีเดียวสำหรับการเรียนในวิชาที่ครูอ้วนสอน ผลงานอันวิเศษนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากมองการสอน ครูอ้วนเป็นครูที่สอนแล้วพวกเรารู้สึกสนุก เขาเป็นคนยิ้มง่ายและใจดี ในชั่วโมงแรกๆ ที่เราเรียนกับครูอ้วน พวกเราก็คิดว่าคงเหมือนวิชาอื่น ครูเข้ามาสอนๆ ๆ พอพวกเราเบื่อและเริ่มคุย(ไม่ตั้งใจเรียนเหมือนเดิม)ก็บ่นๆๆ พอสอนจบก็เดินออกไป แต่ในวิชาของครูอ้วนไม่ใช่อย่างนั้น เรามีความรู้สึกว่าครูอ้วนเป็นพวกเดียวกับเรา มีมุขสนุกๆตอบโต้กับพวกเราและไม่ดุหรือว่าเราอย่างรุนแรง           นอกจากนั้นยังให้สิ่งสำคัญที่เราไม่ค่อยได้รับง่ายๆนักจากครูคนอื่น ก็คือ คำชม เมื่อครูถาม พวกเราบางคนตอบได้ ครูก็ชมเชย ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่เคยตอบคำถามของครูอ้วนได้และได้รับคำชมเชยจากครู ทำให้เกิดความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก(เหมือนได้รับน้ำทิพย์ชโลมใจแห้งๆ) และในวันหนึ่งยังจำได้คลับคล้ายคลับคลาโดยครูบอกพวกเราว่า "พวกเราไม่ใช่เด็กเหลวไหล แต่เป็นธรรมดาของเด็กวัยรุ่นที่ชอบสนุกสนาน และ หลายคนก็ตั้งใจเรียนดีมาก ครูถามอะไรก็ตอบได้ถูกต้อง ขอให้รักษาความดีนี้ไว้ " หลังจากนั้นเมื่อครูถามและพวกเราตอบได้ครูก็ชมเชย และกล่าวเสมอว่าพวกเราตั้งใจเรียนดี
ด้วยการให้คำชมและให้ความสนิทสนมเป็นกันเองกับพวกเราเสมอ ทำให้เราศรัทธาครูและตั้งใจเรียนมากขึ้น เพราะเรามีความรู้สึกว่าครูไม่ได้แกล้งชมเรา แต่เราสัมผัสได้ด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจของครูเมื่อตอนที่ครูชมเชยเรา นอกจากนั้นในชั่วโมงปฏิบัติครูจะรู้วิธีท้าทายพวกเราด้วยงานที่สั่ง เมื่อพวกเราส่งงานครูจะเขียนข้อความสั้นๆ เพื่อบอกพวกเราว่า เราทำดีแล้ว หรือควรปรับปรุงอะไรบ้าง แนบส่งคืนมาให้พร้อมงาน ผู้เขียนเองก็เคยได้รับคำชมเชยว่าทำงานได้ดี             หลังจากนั้นพวกเราตั้งใจทำงานกันสุดชีวิตเพราะต้องการ"คำชมเชย"จากครู ผู้เขียนรู้สึกสนุกกับงานและพิถีพิถันในการสร้างงานมากขึ้น
            ในขณะปฏิบัติงานหลายครั้งที่ครูแสดงความห่วงใยพวกเราด้วยการเดินดูพร้อมให้คำแนะนำเสมอ พวกเราหลายคน รู้สึกถึงคำชม "ที่แท้จริง" เป็นครั้งแรกเมื่อเรียนกับครูอ้วน เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้รับจากครูคนอื่น ครูอ้วนสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้เรียนบางคนที่ก้าวร้าวและเกเรได้อย่างแท้จริง และปรับพฤติกรรมให้พวกเขาหันมาสนใจเรียน อย่างน้อยก็หนึ่งวิชา นั่นคือวิชาที่ครูอ้วนสอนนั่นเอง "
เมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วท่านคิดว่าคำชมเชยมีความสำคัญหรือไม่ ลองถามตัวท่านเองว่าเมื่อท่านได้รับคำชมเชย"ที่แท้จริง"ท่านจะรู้สึกอย่างไร คำตอบก็คือ ท่านรู้สึกอย่างไรคนอื่นก็รู้สึกเหมือนกัน             การชมเชย"ที่แท้จริง"เป็นสิ่งที่ดีและในทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งขาดหายไปจากสังคมของเรา ทั้งนี้เพราะบางคนคิดว่าการชมเชยเป็นเรื่องน่าอาย บางคนคิดว่าการชมเชยกับการประจบสอพลอเป็นเรื่องเดียวกัน บางคนคิดว่าการชมเชยไม่ใช่เรื่องสำคัญ
            ผู้เขียนเองมีความคิดว่าการชมเชยด้วยความจริงใจและสมเหตุสมผล (ไม่ปากหวานจนเกินเหตุ) เป็นการหยิบยื่นไมตรีให้แก่กัน เพราะการชมเชยบอกได้ว่า เราเป็นมิตรแท้และมีความรู้สึกที่ดีต่อคนๆนั้น หากท่านชมใครอย่างจริงใจแล้ว ท่านลองสังเกตสีหน้าของเขาดู            ท่านจะสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถ่ายทอดออกมาถึงท่านจากใบหน้า แววตาและท่าทางของเขา ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็น นักศึกษา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือใครก็ตาม ความรู้สึกที่ท่านได้รับจะไม่แตกต่างกันมาก ถ้าไม่เชื่อลองชมใครด้วยความจริงใจซักคนซิแล้วท่านจะได้รับรู้ถึงสัมผัสนั้น………...สัมผัสแห่งไมตรีและความปิติยินดี