Article




ชื่อบทความ : การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมประสิทธิผล ในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

ชื่อผู้แต่ง : ถนัด ไชยพันธ์1 , พิเชฐ ทั่งโต1, สุรินทร์ นิยมางกูร1, จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์1

ที่อยู่
1. คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ลิงค์ไปยังตัวบทความ (Fulltext) : https://tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/148484/109239

ชื่อวารสาร : วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์  ปีที่ : 7  ฉบับที่ : 3  เลขหน้า : 76-89  ปีพ.ศ. : 2561

บทคัดย่อ

         บทความนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิผลในการ บริหารงาน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี 2) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่ส่งผล ต่อ
ประสิทธิผลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี และ
3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการส่งเสริมประสิทธิผลในการบริหารงานตามหลักพุทธธรรมของ
องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี
ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล จำนวน
18 รูป/คน และจากแบบสอบถามจำนวน 363 คน/ชุด
         ผลการวิจัย พบว่า
         1. ประสิทธิผลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานี
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.69) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ลาดับที่หนึ่ง คือ ด้าน
การปฏิบัติราชการ (X = 3.74) ลาดับที่สอง คือ ด้านการพัฒนาองค์กร (X = 3.74) ลำดับที่สาม
คือ ด้านคุณภาพการให้บริการ ( X = 3.67) และลาดับสุดท้าย คือ ด้านแผนพัฒนาขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น (X = 3.60)
         2. หลักพุทธธรรมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า หลักสัปปุริสธรรม 7 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงาน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.61) และ
เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านโดยเรียงตามลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด
ได้แก่ หลักอัตตัญญุตา (รู้ตน รู้ว่าตนเองมีคุณสมบัติ มีความรู้อย่างไร) ( X = 3.70) และ
หลักมัตตัญญุตา (รู้จักประมาณ รู้จักความพอดี) (X =3.70) รองลงมา หลักอัตถัญญุตา (รู้จุดกมาย
รู้ความมุ่งหมาย รู้จักผล) (X =3.68) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดได้แก่ หลักปริสัญญุตา (รู้ชุมชน
รู้สังคม สามารถแก่ปัญหาต่างๆได้) ( X =3.35) และหลักพละ 4 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการ
บริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X =
3.43) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ลาดับที่หนึ่ง คือ ด้านสังคหพละ (กาลังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว
จิตใจคน) (X = 3.55) ลำดับที่สอง คือ ด้านวิริยะพละ (กำลังความขยันหมั่นเพียร) (X = 3.52)
ลำดับที่สาม คือ ด้านอนวัชชพละ (กำลังความชื่อสัตย์สุจริต) (X = 3.36) และลำดับสุดท้าย คือ
ด้านปัญญาพละ มีค่าเฉลี่ยระดับมาก (X = 3.30)
         3. แนวทางการพัฒนาการส่งเสริมประสิทธิผลการบริหารงานตามหลักพุทธธรรมของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำหลักสัปปุริสธรรม 7 และพละ 4 มาประยุกต์ใช้ในการ
บริหารงาน จะส่งผลและก่อให้เกิดหลักการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ คือ ในการทำงานของ
บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น จะมีหลักการ กฎเกณฑ์ในการทำงาน รู้ถึงสถานภาพ
ความรู้ ความถนัด ความสามารถ ทั้งของตนเองและบุคคลอื่น ตลอดจนในการสั่งการหรือหมอบ
หมายงานหรือการบริหารงานต่าง ๆ จะมีความเหมาะสมและสมกับงานนั้น ๆ ตลอดจนมีความ
คุ้มค่า พอประมาณ และสอดคล้องกับความการของประชาชนเพื่อให้การปฏิบัติงานนั้นก่อเกิด
ประโยชน์สูงสุด
         ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำหลักการเหล่านี้ไปเป็นแนวทางการพัฒนาการ
ส่งเสริมประสิทธิผลในการบริหารงานตามหลักพุทธธรรม ทำให้การบริหารงานขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น มีประสิทธิภาพและเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ดังนั้น จึงจำเป็นที่
จะสร้างคนให้มีความรู้ มีความสามารถ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น มีลักษณะนิสัยจิตใจที่ดีงาม มีความ
พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อตนเองและสังคม มีความพร้อมที่จะประกอบการงานอาชีพและสร้างความ
เจริญก้าวหน้าให้กับชีวิตของประชาชนอีกด้วย


คำสำคัญ
การส่งเสริมประสิทธิผล, การบริหารจัดการ, การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรม

Abstract

         The purposes of this research were 1) to study the administrative effectiveness promotion of local administrative organizations in Ubolrachatani Province, 2) to examine the Buddhist principles affecting the administrative effectiveness of the local administrative organizations in Ubolrachatani Province, and 3) to propose the development for administrative effectiveness promotion according to the Buddhist principles at local administrative organizations in Ubolrachatani Province. This study is a mixed methods research between qualitative research and quantitative research. The qualitative research consisted of in-depth interviewing of 18 key informants in Ubolrachatani Province. The quantitative research method collected the data from a sample of 363 personnel of local administrative administrations in Ubolrachatani Province.
         Findings were as follows:
         1. Effectiveness of local administrative organizations in Ubon Ratchathani Province, as a whole, was at the high level (X = 3.69). When considering each aspect, it the first one was the government (X =3.74). The second was the organizational development (X =3.74). The third was the quality of service (X = 3.67) and the last was the development plan of the local government organizations (X = 3.60). 3.67) and the last was the development plan of the local government organizations (X = 3.60).
         2. Buddhist principles affecting the administrative effectiveness
promotion of local government organizations in Ubon Ratchathni Province were
Sappurisa - dhamma 7 which affected the effectiveness promotion of the
management of the local governments, as a whole, at a high level ( X = 3.61).
When considering each aspect based on the mean scores from high to low, the
highest mean scores were Attannuta (knowing how they are qualified) (X = 3.70)and Mattannuta (knowing the moderation) (X = 3.70), followed by Atthannuta
(knowing goals and results) (X = 3.68). The lowest mean scores were Parisannuta
(knowing communities and solutions) (X = 3.35). In addition, Bala 4 (The Four
Powers) also affected the administrative effectiveness promotion of the local
administrations in Ubon Ratchathani Province, as a whole, at a high level ( X = 3.43).
When considering each aspect, the first one was Sangaha Bala (power of solidarity)
(X =3.55). The second was Viriya Bala (power of diligence) (X = 3.52). The third was
Anavajja Bala (power of faultlessness) (X = 3.36), and the last one was Panna Bala
(power of wisdom) (X = 3.30).
         3. The administration guidelines of local administrative organizations using
Sappurisa-dhamma 7 and Bala 4 in the management would result in effective
administration. The local administrative organization employees would have rules
of work, knowledge status, aptitude, ability of both themselves and others, as well
as the assignment of work or assignments, which would be appropriate for certain
tasks. Moreover, their work performance would be worth, moderate, and in
accordance with the public in order to maximize public benefits.
         If local governments adopt these principles as a guideline to promote the
administrative effectiveness according to Buddhism, the administration will be
effective and become a crucial factor for development. As a result, it is important
to develop people to have knowledge, skills, necessary basic skills, good
temperament, readiness to fight for themselves and the society, as well as to
engage in a career and develop the lives of the people.


Keywords
Effective Promotion, Management, Application the Principle of Buddhism.