Article




ชื่อบทความ : รูปแบบการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศของสำนักเรียนพระปริยัติ ธรรมแผนกบาลีในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14

ชื่อผู้แต่ง : พระครูโกศลธรรมานุสิฐ (ประสิทธิ์ อโสโก)1 , พระอุดมสิทธินายก (กาพล คุณงฺกโร)2, สุรพล สุยะพรหม2

ที่อยู่
1. คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
2. คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ลิงค์ไปยังตัวบทความ (Fulltext) : https://tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/148470/109230

ชื่อวารสาร : วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์  ปีที่ : 7  ฉบับที่ : 3  เลขหน้า : 50-63  ปีพ.ศ. : 2561

บทคัดย่อ

         บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปในการบริหารจัดการ
สำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14 2. เพื่อศึกษาองค์ประกอบ
ในการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศของสำนักเรียนพระปริยัติ แผนกบาลี ในเขตปกครองคณะสงฆ์
ภาค 14 3. เพื่อนาเสนอรูปแบบการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศของสำนักเรียนพระปริยัติ แผนก
บาลี ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14
         ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิง
คุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ
ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา และการ
วิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการวิจัยแบบสำรวจกับผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนก
บาลี ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 265 รูป เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม โดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้ง
ฉบับเท่ากับ 0.981 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน
         ผลการวิจัย พบว่า
         1. สภาพทั่วไปในการบริหารจัดการสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ในเขต
ปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14 โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ด้านการบริหารงานวิชาการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านการบริหาร
งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก จากการ
สัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า ในบางสานัก สามารถจัดหาทุนเพื่อนามาใช้ในการบริหารงานการศึกษาได้
โดยการรับบริจาค และมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา มีการสรรหา คัดเลือก พัฒนา ครูสอน และ
ให้กำลังใจแก่บุคลากรภายใน และมีการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ครูผู้สอน และนักเรียน จัดอาคาร
สถานที่มีความเหมาะสม มีอุปกรณ์ครุภัณฑ์ ที่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติงาน ในบางสำนัก ครูผู้สอน
ยังใช้วิธีการสอนแบบเดิมๆ ไม่สามารถผลิตสื่อ หรืออธิบายให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาของหลักสูตร
มีงบประมาณในการบริหารอย่างจำกัด ไม่เพียงพอต่อการบริหารดูแล ทั้งไม่มีการจัดทำบัญชีการเงิน
ครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มีจำนวนน้อยลง ไม่กระตือรือร้น ทั้งยังมีจำนวนนักเรียนที่
น้อยลง และบรรยากาศการเรียนการสอน และอาคารสถานที่ไม่เอื้ออานวยต่อการเรียนการสอน
         2. องค์ประกอบในการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศของสานักเรียนพระปริยัติ แผนก
บาลี ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14 พบว่า 1) กาหนดทิศทาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ วางนโยบาย
และกำหนดงบประมาณในการจัดการศึกษาแต่ละปี 2) ได้จัดหาทรัพยากร รับบริจาค สร้างครูสอน
ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ พัฒนาศักยภาพความสามารถของครูผู้สอนที่มีอยู่ 3) กำหนดแรงจูงใจ พัฒนา
สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียน มอบสิ่งตอบแทนให้บุคลากร 4) การบริหารงานดี ประกอบด้วย
การวางแผน การจัดองค์กร การตรวจสอบ และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
         3. รูปแบบการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศของสานักเรียนพระปริยัติแผนกบาลี ใน
เขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 14 ประยุกต์หลักอิทธิบาท 4 พบว่า 1) ด้านการบริหารงานวิชาการ คือ
ใฝ่ใจจัดทาแผนพัฒนางานด้านวิชาการ จัดครูสอน และตารางเรียน หมั่นส่งเสริมให้ครูสอนผลิตสื่อ
การสอนให้เข้าใจง่ายขึ้น เอาจิตฝักใฝ่ ตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอนเป็นประจำ ใคร่ครวญ
ตรวจสอบ และพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ 2) ด้านการบริหารงบประมาณ
คือ มีความต้องการที่จะสำรวจค่าใช้จ่าย วางแผนการหางบประมาณประจำปี เพียรสรรหาแหล่ง
งบประมาณเพื่อนามาใช้ในการบริหารงาน ใส่ใจจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึง ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า
ตรวจสอบบัญชีสรุปรายรับรายจ่ายงบประมาณการศึกษาประจำปี 3) ด้านการบริหารงานบุคคล คือ
ตั้งใจที่จะสรรหาคัดเลือกแต่งตั้งครูสอน หมั่นให้กำลังใจ พัฒนาครูผู้สอน และนักเรียน เอาใจใส่
กำกับ และติดตามผลการสอนของครูผู้สอน พิจารณากำหนดค่าตอบแทน และสร้างแรงจูงใจเพื่อ
รักษาไว้ซึงบุคลากร 4) ด้านการบริหารทั่วไป คือ มีใจรักในการวางแผนบริหารงาน ออกแบบ
ระบบงานธุรการ หมั่นดูแลสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ และอุปกรณ์ทางการศึกษาให้พร้อมใช้งาน
ไตร่ตรองหาวิธีพัฒนาเครือข่ายข้อมูล ประชาสัมพันธ์งานการศึกษา พิจารณากำหนดทิศทางในการ
บริหาร และพัฒนาสำนักเรียนให้มีประสิทธิภาพ


คำสำคัญ
รูปแบบ, การบริหารจัดการ, สำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี

Abstract

         The Objectives of this research were: 1. to Study general administration context of Phrapariyattidhamma schools, Pali division, at Sangha administration, region 14, 2. to study administrative components for excellence of Phrapariyattidhamma schools, Pali section, at Sangha administration, region 14, and 3. to propose an administrative model for excellence of Phrapariyattidhamma schools, Pali section, at Sangha administration, region 14,
         Methodology was the mixed methods research: The qualitative research collected data from 18 key informants by in-depth-interviewing and 10 participants in focus group discussion and data analyzed by descriptive interpretation. The quantitative research collected data by questionnaires with reliability coefficient of 0.981 from a sample of 265 persons who were administrators, teachers and students at Phrapariyattidhamma schools, Pali section and data were analyzed by descriptive statistics; frequency, percentile, mean and standard deviation.
         Findings were as follows:
         1. The general administrative context of Phrapariyattidhamma schools, Pali division, at Sangha administration, region 14, by overall were at the high level and each aspects of administration were that academic administration was at the middle level, the budget, personnel and general administration were at the high level and accordingly. Data from in-depth-interviewing revealed that some schools were able to find the budget to run the school activities from various donations and set up fund for education. There was recruitment, selection, development to enhance the morale of teachers and internal personnel and students by providing appropriate facilities with equipment and welfares. Some schools, teachers still used old method of teaching; there was not new teaching media to arouse students’ interest. There were not enough budgets to run the schools effectively and no financial account. Teachers with appropriate knowledge were limited, not energetic students reduced. Learningatmosphere and school buildings were not attractive to learning.
         2. Administrative components for excellence of Phrapariyattidhamma schools,
Pali division, at Sangha administration, region 14, were that; 1) direction, vision, mission,
policy and budgets were set for educational administration annually, 2) using the
available resources to develop teachers’ competency, 3) using resources from donations
to develop teachers, the schools resources, network creation for students recruitment, 4)
setting up motivations by improving schools and facilities to create good atmosphere to
teaching and learn, giving awards to students and 5) administrative factors consist of
planning, organizing, checking and problems solving.
         3. An administrative model for excellence of Phrapariyattidhamma schools,
Pali division, at Sangha administration, region 14, integrated with Ittipadha 4 were that 1) academic administration; paying attention to assign teachers to class according time table diligent to teach and produce teaching media for easy understanding attention to quality of teaching and learning examination, checking and instruction development 2) budget administration, budget auditing, annual budget planning, effort to find new source of budget for administration, attention to budget allocation and budget summary for education each fiscal year, 3) personnel administration; attention to recruit teachers then develop, teachers and students spiritual uplifting, attention to teaching and learning, allocation of appropriate compensation, motivation personnel to remain with the schools, 4) general administration: planning to design the work flow process, attention to environment, buildings and educational media being ready to use creating network for educational publicity and school development effectively


Keywords
Administration, Phrapariyattidhamma Schools, Pali Division.