Article




ชื่อบทความ : การพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธของพระสังฆาธิการในจังหวัดกาญจนบุรี

ชื่อผู้แต่ง : พระครูกาญจนธรรมพิทักษ์ (อำนาจ เขมํกโร)1 , พระอุดมสิทธินายก (กำพล คุณงฺกโร)1, ธิติวุฒิ หมั่นมี1

ที่อยู่
1. คณะสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ลิงค์ไปยังตัวบทความ (Fulltext) : http://www.journal-social.mcu.ac.th/wp-content/uploads/2018/10/004-38-49.pdf

ชื่อวารสาร : วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์  ปีที่ : 7  ฉบับที่ : 3  เลขหน้า : 38-49  ปีพ.ศ. : 2561

บทคัดย่อ

        บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปการพัฒนาวัดให้เป็น
ศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธโดยพระสังฆาธิการในจังหวัดกาญจนบุรี 2) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาวัด
ให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธโดยพระสังฆาธิการในจังหวัดกาญจนบุรี 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการ
พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธโดยพระสังฆาธิการในจังหวัดกาญจนบุรีระเบียบวิธีวิจัยเชิง
คุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 26 ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ
ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์ และแบบสนทนากลุ่ม
         ผลการวิจัย พบว่า
         1. สภาพทั่วไปของการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธของพระสังฆาธิการใน
จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย การพัฒนาวัดด้านสังคม โดยการจัดกิจกรรมและช่วยเหลือชุมชน
ด้านวัฒนธรรมวัดส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้านสิ่งแวดล้อมจัดกิจกรรมโครงการปลูกและอนุรักษ์
ต้นน้ำ ด้านสาธารณสุขวัดมีกิจกรรมสมุนไพรรักษาโรค และด้านเศรษฐกิจของชุมชน วัดส่งเสริมการ
สร้างรายได้แก่ชุมชน และมีกระบวนการในการพัฒนาวัด ให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธ
         2. กระบวนการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธโดยพระสังฆาธิการในจังหวัด
กาญจนบุรี โดยการจัดกิจกรรม ให้บริการความรู้ เป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ สร้างเครือข่าย
ในการเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมพัฒนาสังคมส่งเสริมการรักษาศีล เช่น ด้านวัฒนธรรม ส่งเสริม
ให้มีการจัดกิจกรรมนั่งไปไทย หิ้วปิ่นโต ไปวัดวันพระ ด้านสิ่งแวดล้อมร่มรื่นสัปปายะ เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข สนับสนุนให้ชาวบ้านสุขภาพแข็งแรง กินเป็นอยู่เป็น ด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมกิจกรรมการปลูกผักและผลไม้ แบ่งเขตพื้นที่ในวัดเป็นพื้นที่พุทธาวาสและสังฆาวาสให้
ประชาชนได้ใช้ประโยชน์
3. รูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธโดยพระสังฆาธิการในจังหวัด
กาญจนบุรี คือ วิถีชีวิต อยู่กับธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พบว่า 1) ด้านสังคม การพัฒนาวัด
ให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธ โดยวัดรณรงค์ให้ประชาชนในชุมชนรักษาศีล 5 อย่าง การจัด
กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วัดให้บริการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้เป็นแหล่งการเรียนรู้
ส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านศีล 5 เป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง
พระสงฆ์กับชุมชน จัดโครงการปฏิบัติธรรม
         2) ด้านวัฒนธรรม วัดส่งเสริมให้ประชาชนแต่งชุดไทย หิ้วปิ่นโตเข้าวัด การให้บริการ
ความรู้แก่ชุมชนในด้านวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ ที่เป็นแหล่งการ
เรียนรู้ และส่งเสริมการศึกษาศิลปวัฒนธรรม วัดเป็นศูนย์กลางศูนย์การเรียนรู้ชุมชน สร้างเครือข่าย
กับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นในการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมการแต่งกาย เป็นต้น 3) ด้าน
สิ่งแวดล้อม การพัฒนาวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน สิ่งแวดล้อมในชุมชนเป็นสัปปายะ เนื่องจากมีชุมชน
และหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการพุทธอุทยาน เป็นการจัดสวน
ป่าพุทธอุทยานและสถานปฏิบัติธรรมรอบๆ เพื่อการเกษตรของชุมชนด้วยโครงการปลูกป่าเชิง
อนุรักษ์ระบบนิเวศ โครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าในบริเวณวัด การแบ่งเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส
4) ด้านสาธารณะสุข วัดสนับสนุนให้ชาวบ้านมีสุขภาพแข็งแรง กินเป็น อยู่เป็น จัดให้ทางวัดเป็น
ศูนย์กลางรักษาโรคของชุมชน และให้ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยให้คนในชุมชนได้ศึกษาและปฏิบัติ
ได้จริง ซึ่งได้จัดสถานที่ให้บริการผู้ป่วยและผู้สนใจศึกษาสมุนไพร ส่งเสริมพัฒนาวัดให้ร่มรื่น
ให้สัปปายะ จากวัด 5 ส. ไปสู่ชุมชน 5 ส. 5) ด้านเศรษฐกิจ อธิบายได้ว่าว่า วัดใช้บริเวณวัดที่รกทิ้ง
ร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ มีการแบ่งส่วนปลูกพืชและผลไม้ต่างๆ ตามหลักปรัญชาเศรษฐกิจ
พอเพียง เช่น คนในชุมชนมีความขยันหมั่นเพียร มีกัลยาณมิตร มีความเป็นอยู่เหมาะสม สร้างงาน
ให้แก่คนในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว การพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนวิถีพุทธของ
พระสังฆาธิการในจังหวัดกาญจนบุรีชุมชนวิถีพุทธ
        


คำสำคัญ
การพัฒนา, ศูนย์กลางชุมชน, ชุมชนวิถีพุทธ

Abstract

         The Objectives of this research were: 1. to Study general administration
context of Phrapariyattidhamma schools, Pali division, at Sangha Administration,
region 14, 2. to Study administrative components for excellence of
Phrapariyattidhamma Schools, Pali section, at Sangha Administration, region 14, and
3. to propose an administrative model for excellence of Phrapariyattidhamma
Schools, Pali section, at Sangha Administration, region 14,
         Methodology was the mixed methods research: The qualitative research
collected data from 18 key informants by in-depth-interviewing and 10 participants
in focus group discussion and data were analyzed by descriptive interpretation. The
quantitative research collected data with questionnaires with reliability coefficient
of 0.981 from a sample of 265 persond who were administrators, teachers and
students at Phrapariyattidhamma Schools, Pali section and data wrere analyzed
data by descriptive statistics; frequency, percentile, mean and standard deviation.
         Findings were as follows:
         1. The general administrative context of Phrapariyattidhamma Schools,
Pali division, at Sangha Administration, region 14, by overall were at the high level
and each aspects of administration were that academic administration was at the
middle level, the budget, personnel and general administration were at the high level
and accordingly. Data from in-depth-interviewing revealed that some schools were able
to find the budget to run the school activities from various donations and set up fund for
education. There was recruitment, selection, development to enhance the morale of
teachers and internal personnel and students by providing appropriate facilities with
equipment and welfares. Some schools, teachers still used old method of teaching;
there was not new teaching media to arouse students’ interest. There was not enough
budgets to run the schools effectively and no financial account. Teachers with
appropriate knowledge were limited, not energetic students reduced. Learning
atmosphere and school buildings were not attractive in learning.
         2. Administrative components for excellence of Phrapariyattidhamma Schools,
Pali division, at Sangha Administration, region 14, were that; 1) direction, vision, mission,
policy and budgets were set for educational administration annually, 2) using the
available resources to develop teachers’ competency, 3) using resources from donations
to develop teachers, the schools resources, network creation for students recruitment, 4)
setting up motivations by improving schools and facilities to create good atmosphere to
teaching and learn, giving awards to students and 5) administrative factors consist of
planning, organizing, checking and problems solving.
         3. An administrative model for excellence of Phrapariyattidhamma Schools,
Pali division, at Sangha Administration, region 14, integrated with Ittipadha 4 were that 1) academic administration; paying attention to assign teachers to class according time table diligent to teach and produce teaching media for easy understanding attention to quality of teaching and learning examination, checking and instruction development, 2) budget administration, budget auditing, annual budget planning, effort to find new source of budget for administration, attention to budget allocation and budget summary for education each fiscal year, 3) personnel administration; attention to recruit teachers then develop, teachers and students spiritual uplifting, attention to teaching and learning, allocation of appropriate compensation, motivation personnel to remain with the schools, 4) general administration: planning to design the work flow process, attention to environment, buildings and educational media being ready to use creating network for educational publicity and school development effectively.


Keywords
Administration, Phrapariyattidhamma Schools, Pali Division.