| |
 |
| |
1. Journal Impact Factor (JIF) คืออะไร ? |
|
| |
ตอบ |
|
|
|
| |
|
สูตรการคำนวณค่า Journal Impact Factors ตามวิธีการของสถาบัน ISI
|
|
| |
|

|
|
| |
|
ตัวอย่างการคำนวณ
วารสาร A มีค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิงในปี 2550 เท่ากับ 0.666 ซึ่งมีวิธีการคำนวณ ดังนี้ |
|
| |
|
 |
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
2. h-index คืออะไร ? |
|
| |
ตอบ |
คือดัชนีในการประเมินคุณภาพผลงานตีพิมพ์ในวารสาร ซึ่งตั้งชื่อตามผู้คิดค้น คือ Professor Jorge E. Hirsch ซึ่งเป็นศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งซานดิอาโก้ h-index นี้ เป็นดัชนีที่เกิดจากการนำข้อจำกัดของ JIF มาประกอบการพิจารณาและนำเสนอดัชนีตัวใหม่ที่เชื่อว่ามีความเที่ยงตรงมากกว่า เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการประเมินผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ
ความหมายของ h-index
h-index คือค่าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนการอ้างถึง (Citations) กับลำดับของบทความที่ถูกอ้างถึง (Article Rank Number) โดยจำนวนการอ้างถึง ต้องมากกว่า หรือเท่ากับ ลำดับของบทความที่ถูกอ้างถึง (A scientist has index h if h of his N papers have at least h citations each, and the other (N-h) papers have no more h citations each.)
|
|
|
| |
|
จากคำจำกัดความ จะเห็นว่า ค่า h-index ประกอบด้วยจำนวนการอ้างถึงบทความวารสาร (Citations) และจำนวนบทความที่มีการตีพิมพ์ในวารสารต่างๆ (Number of Publications) ซึ่งข้อมูลทั้งสองประเภทนี้ มีปรากฏในฐานข้อมูลบางฐานข้อมูลเท่านั้น เช่น ISI Web of Science, Scopus, Google Scholar และ TCI ของประเทศไทย โดยค่า h-index ที่ฐานข้อมูลเหล่านี้ คำนวณให้นั้น จะไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนวารสารที่มีอยู่ในฐานข้อมูล และจำนวนการอ้างอิงที่แต่ละบทความได้รับในช่วงเวลาที่กำหนดด้วย
ตัวอย่างค่า h-index
หากต้องการตรวจสอบว่า ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ มีค่า h-index เท่าใด สามารถตรวจสอบได้ โดยค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล ISI Web of Science หรือ Scopus ในที่นี้จะใช้ฐานข้อมูล Scopus ซึ่งมีจำนวนวารสารมากกว่าฐานข้อมูลของ ISI
หลังจากใส่ชื่อนามสกุลคือ Sombatsompop ในช่องคำค้นที่เป็น Author เคาะ enter และฐานข้อมูลได้แสดงผลจากการค้นแล้ว ให้คลิกที่ Citation tracker ซึ่งจะปรากฏตารางที่แสดงอันดับของบทความที่มีการอ้างอิงสูงสุด (Article rank number) และจำนวนการอ้างอิงของบทความนั้นๆ (Citations) ดังตารางข้างล่างนี้
|
|
| |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
|
จากตารางจะเห็นว่า บทความลำดับที่ 15 มีจำนวน Citations 16 ครั้ง ในขณะที่บทความลำดับที่ 16 มีจำนวน Citations 15 ครั้ง ดังนั้น ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ มีค่า h-index เท่ากับ 15 เนื่องจาก เป็นตัวเลขที่บทความยังคงมีจำนวน Citations สูงกว่าลำดับที่ของบทความ |
|
| |
|
|
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
3. g-index คืออะไร ? |
|
| |
ตอบ |
ค่า g-index คือค่าดัชนีในการวัดคุณภาพผลงานวิจัยที่ให้ค่าน้ำหนักกับบทความที่มีการอ้างถึงสูงสุด คนที่นำเสนอ g-index คือ Leo Egghe ซึ่งนำเสนอในปี 2006 โดยใช้ข้อมูล 2 ชุด เช่นเดียวกับข้อมูลที่ใช้คำนวณค่า h-index คือ ค่าจำนวนครั้งในการอ้างถึง (Times cited : TC) กับค่าแสดงอันดับของบทความที่มีการอ้างอิงสูงสุด (Article rank number : R)
วิธีการคำนวณ
นำตัวเลข TC มาบวกกันอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงผลบวกสะสม ในคอลัมน์ที่ 3 ส่วนค่า R ให้นำมายกกำลังสองแล้วนำเสนอค่าในคอลัมน์ที่ 4 หลังจากนั้นให้นำข้อมูล 4 ชุดมาเปรียบเทียบกัน โดยให้พิจารณาหาค่าผลรวมของ TC ตัวสุดท้าย ที่มีค่ามากกว่า ค่า R2 และ ตัวเลขในคอลัมน์ R ที่อยู่แถวเดียวกับตัวเลขสุดท้ายที่ผลรวมของ TC มีค่ามากกว่า ค่า R2 คือค่า g-index |
|
| |
|
 |
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
4. วารสารในฐานข้อมูล TCI ถือว่าเป็นวารสารระดับชาติที่ได้รับการยอมรับโดย สกอ. และ สกว. ใช่หรือไม่ ? |
|
| |
ตอบ |
ฐานข้อมูล TCI ได้รับการสนับสนุนจาก สกว. และ สกอ. เพื่อการรวบรวมข้อมูลการตีพิมพ์บทความ และข้อมูลการอ้างอิงบทความของวารสารวิชาการไทย เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่และพัฒนาวารสารไทยให้มีมาตรฐานในระดับนานาชาติ ดังนั้นวารสารวิชาการไทยที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI จึงเป็นวารสารที่ผ่านเกณฑ์การประเมินวารสารที่กำหนดโดยศูนย์ TCI เท่านั้น ไม่ใช่วารสารระดับชาติที่ได้รับการยอมรับจาก สกอ. หรือ สกว. เพื่อประโยชน์ในการได้รับทุนสนับสนุน หรือเพื่อการตีพิมพ์บทความเพื่อสำเร็จการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการตีพิมพ์ และข้อมูลการอ้างอิงของวารสารที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของ TCI ได้ถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อจัดสรรทุนอุดหนุนการดำเนินงานวารสาร รวมทั้งใช้ประกอบการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพวารสารอย่างต่อเนื่อง |
|
| |
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
5. การนำวารสารเข้ามาสู่ฐานข้อมูล TCI มีวิธีการอย่างไร ? |
|
| |
ตอบ |
|
|
| |
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
6. เกณฑ์คุณภาพวารสารในระดับนานาชาติของสถาบัน ISI ประกอบด้วยเกณฑ์ใดบ้าง ? |
|
| |
ตอบ |
สถาบัน ISI ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Thomson Reuters ได้กำหนดเกณฑ์คุณภาพของวารสารวิชาการในการคัดเลือกเข้าสู่ฐานข้อมูลของสถาบัน 4 เกณฑ์ ดังนี้
|
|
| |
|
|
|
| |
|
1. มาตรฐานทั่วไปของวารสาร (Basic journal standard) ซึ่งประกอบด้วย |
|
| |
|
|
1.1 |
ความตรงต่อเวลาของวารสาร (Timeliness of Publication) |
|
| |
|
|
1.2 |
วารสารปฎิบัติตามข้อกำหนดของบรรณาธิการนานาชาติ (International editorial conventions) คือ ชื่อวารสารต้องมีความชัดเจน ชื่อบทความให้รายละเอียดอย่างพอเพียง รวมทั้งมีสาระสังเขป มีรายการอ้างอิงที่สมบูรณ์ ถูกต้อง ครบถ้วน และมีสถานที่ติดต่อผู้เขียนทุกคนอย่างสมบูรณ์ |
|
| |
|
|
1.3 |
วารสารมีชื่อบทความ บทคัดย่อ คำสำคัญ และรายการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่าบทความจะเขียนเป็นภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ |
|
| |
|
|
1.4 |
วารสารมีกระบวนการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer review process) |
|
| |
|
2. ความคิดเห็นของกองบรรณาธิการของสถาบัน ISI (Editorial Content) |
|
| |
|
3. ความเป็นสากลของวารสาร (International Diversity) ประกอบด้วย |
|
| |
|
|
3.1 |
ความหลากหลายของผู้ที่ส่งบทความมาตีพิมพ์ |
|
| |
|
|
3.2 |
ความหลากหลายของการถูกนำไปอ้างถึง (Cited articles) |
|
| |
|
4. การวิเคราะห์การอ้างถึง (Citation Analysis) ใช้ข้อมูลการอ้างถึง 4 ประเภท คือ |
|
| |
|
|
4.1 |
อัตราการอ้างถึงในภาพรวม (Overall citation rate) |
|
| |
|
|
4.2 |
ค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิง (Impact Factor) |
|
| |
|
|
4.3 |
ค่าความเร็วในการอ้างถึง (Immediacy Index) |
|
| |
|
|
4.4 |
อัตราการอ้างอิงตัวเองของวารสาร |
|
| |
|
| |
....................................................................................................................................................................................................................................................... |
| |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|