1

โจทย์วิจัยด้านการพัฒนาวัสดุสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์แบบเพอรอฟสไกต์

รศ.ดร.จตุพร วุฒิกนกกาญจน์

ศูนย์ความเป็นเลิศ นาโนเทค-มจธ ด้านวัสดุนาโนไฮบริดสำหรับพลังงานทางเลือก

คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Assoc. Prof. Dr. Jatuphorn Wootthikanokkhan

Nanotec-KMUTT Center of Excellence on Hybrid Nanomaterials for Alternative Energy

School of Energy, Environment and Materials

King Mongkut’s University of Technology Thonburi

คำสำคัญ เซลล์แสงอาทิตย์ ขั้วอิเล็กโทรด เพอรอฟสไกต์

Keywords: Solar cell, Electrodes, Perovskite

 

บทนำ

โดยทั่วไปแล้ว โครงสร้างพื้นฐานโดยทั่วไปของเซลล์แสงอาทิตย์ perovskite จะประกอบไปด้วย ชั้นของวัสดุต่าง ๆ (รูปที่ 1) ที่สำคัญคือ

  • กระจกเคลือบขั้วโลหะนำไฟฟ้าไฟฟ้าโปร่งแสง (Transparent conductive oxide glass) ทำหน้าที่เป็นวัสดุฐานรองและขั้วอาโนด ซึ่งนิยมใช้ FTO เนื่องจากทนความร้อนได้ดีกว่า ITO โดยที่ค่าการนำไฟฟ้าไม่สูญเสีย ซึ่งเหมาะกับการที่ต้องเผาชั้น TiO2 เพื่ออบผนึก
  • ชั้น compact layer ของ TiO2 มีหน้าที่ป้องกัน hole สัมผัสกับ FTO (บางครั้งเรียกว่า hole blocking layer)
  • ชั้น scaffold ซึ่งทำจาก mesoporous metal oxide (เช่น TiO2) ที่มีสาร perovskite แทรกซึมอยู่
  • ชั้นวัสดุนำส่งโฮล (HTML) หน้าที่สำคัญของชั้น HTML คือป้องกันการสัมผัสระหว่างขั้วโลหะ (เช่น Au) กับชั้น mesoporous TiO2 ที่มีสาร perovskite แทรกซึมอยู่ (และจึงเป็นการลดการเกิด recombination ระหว่างอิเล็กตรอนกับโฮล)
  • ขั้วเคาน์เตอร์ มีหน้าที่รับโฮลและทำให้วงจรสมบูรณ์  โดยทั่วไปทำจากโลหะ เช่น Au และ Alแต่ระยะหลังเริ่มมีการพัฒนา metal free counter electrode โดยใช้คาร์บอน

 1

รูปที่ 1 โครงสร้างองค์ประกอบของเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite

 

แม้ว่าในปัจจุบัน ประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite จะมีค่าสูงถึง 20.1 % [1] แต่ในการนำไปใช้งานจริง ยังคงต้องมีการพัฒนาต่อในด้านของความทนทานต่อสภาวะในการใช้งาน เช่น ความชื้น อุณหภูมิ แสงอัตราไวโอเลต และอายุการงาน นอกจากนั้น สารเคมีที่ใช้เป็นวัตถุดิบและองค์ประกอบก็จะต้องมีการพัฒนาต่อทั้งในด้านของราคาและความปลอดภัย รวมไปถึงความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการขยายสเกลการผลิตขึ้นรูปเซลล์ฯ ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์

ดังนั้น ณ ปัจจุบัน ทิศทางการวิจัยและพัฒนาวัสดุสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite จึงครอบคลุมประเด็นต่างๆ ได้แก่ การปรับปรุงด้านความเสถียรของเซลล์ฯ โดยพัฒนาสาร light absorber จาก perovskite ชนิดใหม่ การใช้หลักวิศวกรรมในการปรับปรุงรอยต่อระหว่างผิวของของวัสดุชั้นต่างๆ (interface engineering) การใช้หลักวิศวกรรมในการควบคุมโครงสร้างด้วยตัวทำละลาย (solvent engineering) การพัฒนาเซลล์ฯ ที่โครงสร้างปราศจากการใช้ขั้วเคาน์เตอร์โลหะ (metal free electrode solar cell)  การพัฒนาเซลล์ฯ ที่ปราศจากการใช้วัสดุนำส่งโฮลที่มีราคาแพง และการพัฒนาวัสดุและเทคนิคในการห่อหุ้มเซลล์ ฯ

 

ความเสถียรของ perovskite

โดยทั่วไปแล้ว Perovskite ได้จากการทำปฏิกิริยาระหว่างสารตั้งต้น 2 ชนิด คือ สารประกอบเฮไลด์ของตะกั่ว กับ เมธิลแอมโมเนียมเฮไลด์ ดังตัวอย่างในสมการที่ 1

PbI2(s) + CH3NH3I(aq) Untitled4    CH3NH3PbI (s)

(1)

ดังนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าภายใต้บางเงื่อนไขหรือสภาวะ perovskite จะเกิดการเสื่อมสภาพผ่านปฏิกิริยาย้อนกลับได้เป็นสารตั้งต้นดังกล่าวซึ่งสังเกตได้จากผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงสีจากเข้มเป็นเหลือง (รูปที่ 2)

 

2

รูปที่ 2 การเปลี่ยนแปลงสีของเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite เมื่อมีการใช้ HTML ชนิดต่างๆ [2]

 

กลุ่มวิจัยของ Noh และคณะฯ [3] พบว่าสาร perovskite ที่มีหมู่เฮไลด์ตางชนิดกัน จะมีความเสถียรและความสามารถในการดูดกลืนแสงต่างกัน กล่าวคือ CH3NH3PbI3 จะไวต่อความชื้นมากกว่า CH3NH3PbBr3 (ในขณะที่ชนิดหลังจะมีความามารถในการดูดกลืนแสงได้ไม่ดีเท่า CH3NH3PbI3) ดังนั้นคณะผู้วิจัยฯ จึงได้ทำการใช้สาร perovskite ผสม  CH3NH3Pb(I1-x Brx) ซึ่งพบว่า สูตรที่ซึ่ง x มีค่าระหว่าง 0.2-0.29

นอกจากนั้น ยังอาจจะเป็นไปได้ว่า Perovskite จะเกิดการเสื่อมสภาพไปเป็นสารอื่น ภายใต้สภาวะหรือปัจจัยภายนอกบางประการ เช่น ความชื้น ออกซิเจน อุณหภูมิ แสงอัลตราไวโอเลต และระบบสารละลาย (ตัวทำละลาย และสารเติม) ตัวอย่างเช่น ภายใต้ออกซิเจนและความชื้น perovskite อาจจะเกิดปฏิกิริยาผ่านกลไกแบบ ไฮโดรไลซิส ได้ผลิตภัณฑ์เป็น I2 และ H2 ดังแสดงในสมการที่ 2-5 [4]

CH3NH3PbI3 (s) Untitled4   PbI2 (s) + CH3NH3I (aq)

(2)

CH3NH3I (aq)   Untitled4   CH3NH2 (aq) + HI (aq)

(3)

4HI (aq) + O2 (g)   Untitled4  2I2 (s) + 2H2O (l)

(4)

2HI (aq) Untitled4  H2 (g) + I2 (s)

(5)

การที่ CH3NH3I มีความไวต่อความชื้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นในกระบวนการ ขึ้นรูปจึงจำเป็นต้องทำภายใต้สภาวะที่ปราศจากออกซิเจนและความชื้น เช่น ใน glove box ที่มีแก็สเฉื่อยบรรจุอยู่นอกจากนั้น ยังพบว่าเซลล์ฯ ที่ผ่านการขึ้นรูปแล้ว ยังมีโอกาสที่ CH3NH3I จะเกิดการเสื่อมสภาพได้อีกครั้ง ในระหว่างขั้นตอนการใช้งานหรือการทดสอบประสิทธิภาพ (ซึ่งสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีเหลือง) จึงจำเป็นต้องควบคุมสภาพความชื้นสัมพัทธ์ให้ไม่เกิน 55% [3] และอาจจะต้องมีการห่อหุ้มเซลล์ฯ ที่ดี

นอกจากความชื้นแล้ว แสงอัลตราไวโอเลต ก็มีผลต่อความเสถียรของ perovslite จากการศึกษาของ Niu และคณะฯ [5] ยังพบว่า perovskite จะเกิดการเสื่อมสภาพได้รุนแรงชัดเจนที่สุด เมื่อมีออกซิเจนและแสงอัตราไวโอเลตร่วมกัน ในขณะที่ Ito และคณะฯ [6] พบว่า CH3NH3I สามารถเปลี่ยนสภาพไปเป็น PbI2 ได้ เมื่อได้รับแสงเป็นเวลา 12 ชั่วโมง โดยผ่านกลไกปฏิกิริยาการทำลายโครงสร้าง perovskite และสกัดอิเล็กตรอนออกจากผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดไฮโดรเจนไอโอไดด์ ซึ่งระเหยออกไปในที่สุด  ดังนั้นในการใช้งาน จึงมีผู้พยายามปรับปรุงสมบัติด้านการทนต่อแสงอัตราไวโอเลตของเซลล์ฯ โดยการเติมสารกรองแสงอัลตราไวโอเลตที่บริเวณผิวของ TiO2 เพื่อลดการดูดกลินแสง เช่น Sb2S3 [6] และ europium (Eu3+) doped yttrium vanadate (YVO4) [7] เป็นต้น

 

การพัฒนาชั้วเคาน์เตอร์

โดยทั่วไปแล้ว โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite จะมีการขึ้นรูปโดยปิดทับด้านบนด้วยขั้วเคาน์เตอร์ (counter electrode) ที่มีหน้าที่นำอิเล็กตรอน ซึ่งนิยมใช้วัสดุโลหะ เช่น ทอง (Au) หรืออะลูมินัม (Al) อย่างไรก็ตาม ในการขึ้นรูปขั้วโลหะเหล่านี้ โดยปกติจะใช้กระบวนการ thermal evaporation ซึ่งต้องการสภาวะสุญญากาศสูงมาก (ประมาณ 10-6 Torr) ซึ่งมีข้อเสียในด้านของการใช้พลังงานสูงและใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการงานวิจัยและขยายสเกลการผลิตเพื่อพัฒนาต้นแบบและนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในอนาคต ด้วยสาเหตุดังกล่าว จึงได้มีนักวิจัย พยายามที่จะทำการพัฒนาวัสดุและเทคนิคที่ใช้ในการขึ้นรูปเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite โดยปราศจากการใช้ขั้วโลหะ ดังสรุปในตารางที่ 2 ยกตัวอย่าง เช่น Jiang และคณะฯ [8] ได้ประยุกต์ใช้สาร PEDOT:PSS เพื่อใช้เป็นขั้วแทนโลหะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก PEDOT:PSS จะละลายได้ดีในน้ำ ดังนั้นในการเคลือบขั้วดังกล่าวด้วยเทคนิคทั่วไปเช่น spin coating จะส่งผลเสียต่อชั้น perovskite ที่อยู่ด้านล่าง คณะผู้วิจัยฯ จึงได้ทำการพัฒนาเทคนิค transfer lamination เพื่อใช้ในการขึ้นรูป PEDOT:PSS แทน โดยหลักการของเทคนิคดังกล่าว คือการเคลือบ PEDOT:PSS ลงบนวัสดุฐานรองกระจกที่มีชั้นพอลิเมอร์ประเภทซิลิโคน (PDMS) เคลือบอยู่ จากนั้นนำลามิเนตดังกล่าวไปประกบปิดทับชั้นบนของเซลล์แสงอาทิตย์ระบบ HTML/(m-TiO2 + Pervoskite) c-TiO2/FTO แล้วทำการลอกชั้น PDMS ออก ซึ่งด้วยเทคนิคดังกล่าว พบว่าให้ค่าประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 11.29% โดยสามารถทำการขึ้นรูปได้ในสภาวะบรรยากาศปกติ (อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความชื้น 45%) และในกรณีนี้ไม่พบว่า perovskite เกิดการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด (พิจารณาได้จากการที่สีผลิตภัณฑ์ และ XRD pattern ไม่เปลี่ยนแปลง) ในขณะที่ Zhou และคณะฯ [9] ประยุกต์ใช้หมึกคาร์บอน (หรือ carbon paste) เป็นขั้วเคาน์เตอร์ ในเซลล์แสงอาทิตย์ perovskite โดยการปาดเคลือบแบบเทคนิคdoctor blade และอบแห้งที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 40 นาที โดยข้อสำคัญคือก่อนนำ carbon paste ดังกล่าวไปใช้งาน จะต้องผ่านการอบ (ที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง) เพื่อไล่ความชื้นและตัวทำละลาย (ซึ่งอาจจะไปทำให้ perovskite เกิดการเสื่อมสภาพได้) และจากการทดสอบประสิทธิภาพพบว่าได้ค่าสูงสุดเท่ากับ 6.9 %

ในทำนองเดียวกัน Zhang และคณะฯ นักวิจัยจาก Michael Grätzel Center for Mesoscopic Solar Cells, Huazhong University of Science and Technology,  [10] เตรียม carbon paste จากผง carbon black ผสมกราไฟต์ในตัวทำละลาย terpineol และสารเติม (ZrO2 ผสม hydroxypropyl cellulose) ได้ทดลองใช้เทคนิค screen printing ในการเคลือบ carbon paste ลงบนชั้น TiO2 หลังจากนั้นจึงทำการหยดสาร perovskite ลงไป ซึงจากการทดสอบพบว่าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ได้มีค่าประสิทธิภาพสูงประมาณ 11.65%  ในขณะที่ Bryant และคณะฯ [11] ใช้เทปกาวโปร่งแสงนำไฟฟ้า             ที่เตรียมโดย PEDOT:PSS ผสมกับ pressure sensitive adhesive ทำจากอะคริลิคไมโครอิมัลชัน (โดยใช้ PEDOT:PSS ในสัดส่วนเพียง 0.0175 โดยปริมาตรเทียบกับอะคริลิค ได้ค่าการนำไฟฟ้าสูงถึง 0.11 S/cm) จากนั้นนำไปเคลือบลงบนฟิล์ม Epimesh300 ที่ประกอบด้วย Ni mesh บนแผ่น PET จากนั้นนำไป ลามิเนตปิดทับลงบนชั้น pervoskite เพื่อขึ้นรูปเซลล์แสงอาทิตย์ (ที่อุณหภูมิห้อง) จากการทดสอบพบว่าเซลล์ที่ได้มีค่าประสิทธิภาพสูงถึง 15.5%

การพัฒนาวัสดุนำส่งโฮล

กลุ่มวิจัยจาก University of Oxford นำโดย Habisreutinger และคณะฯ [12] พัฒนาวัสดุนำส่งโฮลจากสารคาร์บอนนาโนทิวป์ (MWCNT) เพื่อใช้แทนที่ HTML แบบสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ (เช่น SpiroOMeTAD, P3HT และ PTAA) โดยได้ทำการดัดแปลง SWCNT ให้มีความสามารถในการละลายและขึ้นรูปง่าย ด้วยการห่อหุ้มดัวยพอลิไธโอฟีน (P3HT) และชักนำให้เกิดโครงสร้างแบบ supramolecular nanohybrid

จากการศึกษา พบว่าเซลล์ฯ ที่ให้ค่าประสิทธิภาพสูงที่สุด (15.3 %) จะได้มาจากระบบที่ใช้ CNT เกรด CG200 และมีการห่อหุ้มเซลล์ฯ โดยการเคลือบทับด้านบน (โดยกระบวนการ spin coating) ด้วยวัสดุพอลิเมอร์โปร่งใสที่สามารถกันความชื้นได้ เช่น PMMA หรือ PC นอกจากนั้น ยังพบว่า เซลล์ฯ ที่มีการปิดทับด้วยพอลิเมอร์จะมีความเสถียรกว่าเซลล์ฯ ทั่วไปที่ใช้ HTML โดยปราศจากการห่อหุ้ม โดยสังเกตได้จากการที่   สีของ perovskite ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง (หลังทดสอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 96 ชั่วโมง) (รูปที่ 3)

 3

รูปที่ 3 องค์ประกอบเซลล์แสงอาทิตย์แบบ pervskite ที่พัฒนา HTML โดยกลุ่มวิจัยจาก University of Oxford [12]

ในขณะที่ Yan และคณะฯ [13] ประยุกต์ใช้ฟิล์มบาง (5 nm) ของพอลิไธโอฟีน (PT) เพื่อทำหน้าที่เป็นวัสดุนำส่ง           โฮลแทนที่ PEDOT:PSS (ซึ่งไม่เสถียรต่อความชื้น) หรือ SpiroOMeTAD (ซึ่งสังเคราะห์ยุ่งยากและราคาแพง) พบว่าเซลล์ฯ ที่ได้มีค่าประสิทธิภาพสูงสุด 15.4 % และมีความเสถียรทนทานต่อออกซิเจนและความชื้นดีกว่าเซลล์ฯระบบที่ใช้ PEDOT:PSS และนอกจากนั้น PT ยังสามารถเตรียมผ่านปฏิกิริยา electrochemical polymerization ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก


 

การพัฒนาเซลล์ฯ ที่ปราศจากการใช้วัสดุนำส่งโฮล

        Anyi Mei และคณะฯ [14] เตรียมเซลล์แสงอาทิตย์แบบ perovskite โดยใช้สาร mesoporous 2 ชั้นซึ่งทำจาก TiO2 และ ZrO2 เป็น scaffold เพื่อให้สาร perovskite ที่เติมสามารถแทรกซึมลงไปได้ ทำการปิดทับด้วยขั้วคาร์บอน โดยปราศจากการใช้วัสดุนำส่งโฮลใดๆ (รูปที่ 4) พบว่าได้ประสิทธิภาพสูงสุด 12.84% โดยมีข้อสังเกตว่าชั้น mesoporous ZrO2 ในที่นี้ จะช่วยทำหน้าที่ปิดกั้นการไหลของอิเล็กตรอนไปสู่ back contact และจึงเป็นการช่วยป้องกันการเกิดการรวมตัว (recombination) ระหว่างอิเล็กตรอนกับโฮลที่มาจาก perovskite ที่ back contact ทั้งนี้เนื่องจากระดับชั้นพลังงาน conduction band ของ ZrO2 ที่มีค่าสูงกว่า TiO2

 4

รูปที่ 4 องค์ประกอบของเซลล์แสงอาทิตย์แบบ pervskite ที่ปราศจาก HTML พัฒนาโดย Mei และคณะฯ [14]

ในขณะที่ทีมวิจัยเดียวกัน นำโดย Liu และคณะฯ [15] ต่อยอดพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ perovskite ที่ปราศจากวัสดุนำส่งโฮล ด้วยการดัดแปลงโครงสร้างผิวของ TiO2 ผ่านการแทรกขั้น self-assembled monolayer ของสาร organo silane ที่บริเวณรอยต่อระหว่างผิวของ perovskite กับ TiO2 (รูปที่ 5) เพื่อประโยชน์ในการลดการรวมตัวกันระหว่างอิเล็กตรอนในชั้น TiO2 ไหลกลับมารวมกับโฮลที่เกิดจาก perovskite ซึ่งพบว่าเซลล์ฯ ที่ได้สามารถให้ค่าประสิทธิภาพได้สูงถึง 12.7% โดยมีข้อสังเกตว่าเซลล์ฯ ดังกล่าวมีการใช้คาร์บอนเป็นขั้วเคาน์เตอร์ หรืออาจกล่าวๆได้ว่าเซลล์ฯ ระบบดังกล่าวปราศจากทั้งวัสดุนำโฮลและขั้วเคาน์เตอร์ที่เป็นโลหะ (metal electrode free and hole conductor free perovskite solar cell)

 5

รูปที่ 5 โครงสร้างและระดับชั้นพลังงานของขั้ว TiO2 ในเซลล์แสงอาทิตย์แบบ pervskite ที่มีการใช้ silane เป็นสารดัดแปลงบริเวฯรอยต่อระหว่างผิว พัฒนาโดย Lui และคณะฯ


การห่อหุ้ม (encapsulate) เซลล์ฯ

        โดยทั่วไปแล้ว  วัสดุที่นิยมใช้ในการห่อหุ้มเซลล์แสงอาทิตย์ จะมีความหลากหลาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเซลล์ ฯ กล่าวคือ ในกรณีของเซลล์แสงอาทิตย์อนินิทรีย์ (ซิลิคอน หรือ CIGS) จะนิยมใช้วัสดุประเภทฟิล์ม EVA เนื่องจากมีความใส ราคาถูก สามารถยึดเกาะกับกระจกได้ดี และขึ้นรูปได้โดยกระบวนการ vacuum thermoforming (รูปที่ 6)

 

 6-1 6.2

 

รูปที่ 6 ลักษณะขั้นตอนการห่อหุ้มแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอน

ในขณะที่เซลล์แสงอาทิตย์พอลิเมอร์จะมีขนาดเล็กและบอบบางกว่า ไม่สามารถใช้ EVA และกระบวนการคงรูปทางความร้อนสูงได้ ในกรณีดังกล่าว จึงนิยมใช้ encapsulant ประเภท epoxy หยดลงบนเซลล์ (ซึ่งมีขนาดเล็ก) แล้วทำการคงรูปโดยอาศัยแสงอัลตราไวโอเลตเป็นเวลาประมาณ 30 นาที (รูปที่ 7)

 

 7.1 7.2 7.3

รูปที่ 7 ลักษณะขั้นตอนการห่อหุ้มเซลล์แสงอาทิตย์ OPV [16]

 

ส่วนเซลล์แสงอาทิตย์ประเภทสีย้อมไวแสง จะไม่ค่อยมีการห่อหุ้มเซลล์โดยรอบ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากสาร     อิเล็กโตรไลท์ที่ใช้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นของเหลว และรั่วซึมง่าย อย่างไรก็ตาม DSSC จำเป็นต้องอาศัย sealing film ช่วยในการขึ้นรูป ซึ่งฟิล์มดังกล่าวจะทำมาจาก ไอโอโนเมอร์ หรือ thermoplastic elastomer ประเภท poly(ethylene-acrylic) copolymer (Surlyn) ซึ่งมีความใส และแสดงสมบัติความเป็นอิลาสติกโดยปราศจากการคงรูปทางเคมีและความร้อน

สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์แบบ Perovskite นั้น จากงานวิจัยที่ผ่านมา พบว่ามีความพยายามในการใช้วัสดุพอลิเมอร์มาปิดทับเซลล์ด้านล่าง เพื่อป้องกันความชื้น เช่น Habisreutinger และคณะฯ [2] ได้ทดลองใช้ PMMA และหรือ PC (เตรียมในรูปของสารละลายโทลูอีนและคลอโรเบนซีน ตามลำดับ) มาทำการปิดทับ photo/electro active materials ที่อยู่ด้านล่าง พบว่าให้ผลที่ดีขึ้นในด้านของความทนทานของเซลล์ฯ ซึ่งทดสอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 96 ชั่วโมง

 

เอกสารอ้างอิง

[1] H. Zhou, Q. Chen, G. Li, S. Luo, T. B. Song, H. S. Duan, Z. Hong, J. You, Y. Liu and Y. Yang, Science, 2014, 345, 542–546.

[2] S. N. Habisreutinger, T. Leijtens, G. E. Eperon, S. D. Stranks, R. J. Nicholas, and H. J. Snaith, Nano Lett, 2014, 14, 5561−5568.

[3] J. H. Noh, S. H. Im, J. H. Heo, T. N. Mandal and S. I. Seok, Nano Lett, 2013, 13, 1764–1769.

[4] G. Niu, X. Guo and L. Wang, J. Mater. Chem. A, 2015, 3, 8970-8980.

[5] G. Niu, W. Li, F. Meng, L. Wang, H. Dong and Y. Qiu, J. Mater. Chem. A, 2014, 2, 705–710.

[6] S. Ito, S. Tanaka, K. Manabe and H. Nishino, J. Phys. Chem. C, 2014, 118, 16995–17000.

[7] P. Strange, A. Svane, W. Temmerman, Z. Szotek and H. Winter, Nature, 1999, 399, 756–758.

[8] F. Jiang, T. Liu, S. Zeng, Q. Zhao, X. Min, Z. Li, J. Tong, W. Meng, S. Xiong and Y. Zhou, Optics Express, 2015, 23, A83-A91.

[9] H. Zhou, Y. Shi, Q. Dong, H. Zhang, Y. Xing, K. Wang, Y. Du and T. Ma, J Phys Chem Lett, 2015, 5, 3241-3246.

[10] L. Zhang, T. Liu, L. Liu, M. Hu, Y. Yang, A. Mei and H. Han, J Phys Chem A, 2015, 3, 9165-9170.

[11] D. Bryant , P. Greenwood, J. Troughton, M. Wijdekop, M. Carnie, M. Davies , K. Wojciechowski , H. J. Snaith, T. Watson, and D. Worsley, Adv. Mater. 2014, 26, 7499–7504.

[12] S. N. Habisreutinger, T. Leijtens, G. E. Eperon, S. D. Stranks, R. J. Nicholas, and H. J. Snaith, Nano Lett. 2014, 14, 5561−5568.

[13] W. Yan, Y. Li, Y. Li, S. Ye, Z. Liu, S. Wang, Z. Bian and C. Huang, Nano Research, 2015, Doi: 10.1007/s12274-015-0755-5.

[14] A. Mei, X. Li, L. Liu, Z. Ku, T. Liu, Y. Rong, M. Xu, M. Hu, J. Chen, Y. Yang, M. Grätzel, and H. Han, Science, 2014, 345, 295-298.

[15] L. Liu, A. Mei, T. Liu, P. Jiang, Y. Sheng, L. Zhang, and H. Han, J. Am. Chem. Soc. 2015, 137, 1790−1793.

[16] http://www.ossila.com/products/pv-oled-encapsulation-epoxy, retrived on June 201