ส้มเขียวหวานเป็นผลไม้ที่คนไทยทุกคนรู้จักดีและเป็นที่นิยมบริโภคกันทั่วไป ตลอดจนอาจกล่าวได้ว่า เป็นผลไม้จำพวกส้มที่มีคนไทยบริโภคมากที่สุด ส้มเขียวหวานที่ผลิตในแต่ละปี ใช้บริโภคกันทั้งภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง บรูไน เป็นต้น สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยปีละหลายสิบล้านบาท การปลูกส้มเขียวหวานในประเทศไทย โดยมากจะปลูกกันในเขตตำบลบางมดซึ่งอยู่ในเขตราษฎร์บูรณะและเขตบางขุนเทียน ส้มเขียวหวานที่ปลูกในแถบนี้มักจะเรียกว่า ส้มบางมด ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตส้มเขียวหวานที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

 พันธุ์
 สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 การเตรียมพื้นที่ปลูก
 วิธีการปลูก
 การปฏิบัติดูแลรักษา
 การให้ปุ๋ย
 โรคส้มเขียวหวาน
 แมลงศัตรูส้มเขียวหวาน
 การเก็บเกี่ยวการตลาดและการคัดเกรด
 การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
 ปฏิทินการปฏิบัติดูแลรักษา



พันธุ์

ส้มพันธุ์บางมด ผลมีลักษณะค่อนข้างกลมแป้นเล็กน้อย คือ ส่วนสูงจะสั้นกว่าส่วนกลาง ผลขนาดกลางจะสูง
ประมาณ ๕.๙ ซม. และกว้าง ๖.๘ ซม. ส่วนผลที่มีขนาดโตจะสูง ๖.๕ ซม. กว้าง ๗.๕ ซม. ก้นผลราบถึงเว้าเล็กน้อย ผิวมีสีเขียวอมเหลืองถึงเหลืองเข้ม ผิวเรียบ สีผิวสม่ำเสมอมี
ต่อมน้ำมันถี่เต็มผิวของผล เปลือกบางล่อน ปอกง่าย กลีบแยกออกจากกันง่าย มีกลีบประมาณ ๑๑ กลีบ ผนังกลีบบางมีรกน้อย ชันนิ่ม กุ้ง (JUICE SAC) มีขนาดสั้น ฉ่ำน้ำ เนื้อผลสีส้ม รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เมล็ดมีขนาดยาวประมาณ ๙ มม. กว้าง ๖ มม. และหนา ๕ มม. จำนวน ๕-๑๒ เมล็ดต่อผล

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ดิน ควรเป็น ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียวควรจะมีการยกร่อง และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ และการระบายน้ำดี ปกติส้มเขียวหวานไม่ชอบน้ำขัง ดินปลูก ควรมีชั้นดินลึกไม่ต่ำกว่า 1 เมตร สภาพความเป็นกรด ด่าง ประมาณ 5.7-6.9 สภาพภูมิอากาศ ส้มเขียวหวานเป็นไม้ผลกึ่งเมืองร้อน ดังนั้นจึงไม่ชอบอากาศที่ร้อนจัดหรือหนาวจัดเกินไป แต่ถ้าปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น เช่น ภาคเหนือของไทยสภาพอากาศก็จะมีส่วนทำให้ผิวมีสีเหลืองเข้ม มากขึ้น

การเตรียมพื้นที่ปลูก

  1. พื้นที่ลุ่ม ปลูกแบบยกร่องขนาดของแปลงดินหลังร่องนิยมทำกว้างประมาณ 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 1.50 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร และด้านล่างของร่องน้ำกว้างประมาณ 0.7 เมตร ส่วนความยาวไม่จำกัดแนวควรอยู่ในแนวเหนือ - ใต้ เมื่อปรับพื้นที่เสร็จแล้ว ควรตากดินไว้ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้ดินแห้ง ระยะปลูกประมาณ 3.5 เมตร จะปลูกได้ประมาณ 60 ต้น / ไร่
  2. พื้นที่ดอน ก่อนปลูกควรปรับพื้นที่ให้เรียบและไถกลบดินให้ลึกสัก 2 ครั้ง เพื่อให้ดินร่วนซุย ระยะปลูก
    พื้นที่ดอน ปลูกระยะกว้างยาวประมาณ 5.5-6*5.5-6 เมตรปลูกได้ประมาณ 45-50 ต้น / ไร่
วิธีการปลูก

  1. ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
  2. ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร
  3. ผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกันในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
  4. ยกถุงกล้าต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย
  5. ใช้มีดที่คมกรีดถุงจากก้นถุงขึ้นมาปากถุงทั้ง 2 ด้าน (ซ้ายและขวา)
  6. ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก
  7. กลบดินที่เหลือลงไปในหลุม
  8. กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น
  9. ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมพัดโยก
  10. หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง
  11. รดน้ำให้โชก
  12. ทำร่มเงาเพื่อช่วยพรางแสงแดด
การปฏิบัติดูแลรักษา

การให้น้ำระยะเพิ่งปลูกใหม่ ๆ ควรให้น้ำทุกวัน หลังจากปลูก 2 สัปดาห์ ส้มเริ่มตั้งตัวได้แล้ว การให้น้ำควรให้วันเว้นวันแต่เมื่อส้มโตแล้วการให้น้ำจะต้องควบคุมให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงการเจริญเติบโตและสภาพทั่ว ๆ ไป เช่น ในระยะก่อนออกดอกจะต้องการน้ำน้อยเพื่อให้มีช่วงเก็บสะสมอาหาร แต่เมื่อติดผลแล้วต้องการน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงผลแก่ เมื่อเข้าสีแล้วควรลดปริมาณน้ำลงจากปกติจะช่วยให้ผลส้มแก่เร็วขึ้นวิธีการให้น้ำมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเช่นการให้น้ำทางสายยาง การใช้เรือรดน้ำ และการให้น้ำโดยระบบน้ำเหวี่ยง

การให้ปุ๋ย

โรคส้มเขียวหวาน
  1. โรครากเน่าโคนเน่า
    ลักษณะอาการ โรคนี้เกิดจากเชื้อราจะเกิดบริเวณโคนต้นใกล้ผิวดินเมื่อเริ่มเป็นเปลือกจะเป็นจุด ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และเน่า เปลือกที่เน่าจะมียางสีน้ำตาลไหลออกมา ใบเหลืองซีดร่วงหล่น กิ่งเริ่มแห้ง และตายในที่สุด
    การป้องกันกำจัด กำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้นให้สะอาด ตัดแต่งกิ่งให้แสงแดดส่องถึงโคนต้นได้ อย่าให้น้ำขังหรือท่วมบริเวณโคนต้นเป็นเวลานาน ๆ เวลาปลูกส้มอย่าปลูกลึก ควรปลูกในลักษณะเป็นโคก และอย่าใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนมากเกินไป หรือใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา เช่น อาลีเอท อัตรา 100-120 กรัม / น้ำ 1 ลิตร โดยทาตรงส่วนโคนต้นที่เป็นโรค
  2. โรคกรีนนิ่ง
    ลักษณะอาการ เพลี้ยกระโดดเป็นแมลงพาหะนำเชื้อโรค ใบมีสีเหลืองจนถึงเหลืองซีดใบมีขนาดเล็กเรียว และตั้งขึ้นใบหนากว่าปกติผลมีขนาดเล็กเมล็ดลีบ ร่วงก่อนกำหนด
    การป้องกันกำจัด คัดกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาปลูกจากต้นในสวนที่แน่ใจว่าปราศจากโรค หรือฉีดสารป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดส้ม เช่น ไดเมทโธเอท อัตรา 30 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร ทำลายส่วนต่าง ๆ ที่เป็นหรือสงสัยจะเป็นโรคนี้
  3. โรคแคงเกอร์
    ลักษณะอาการ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ใบจะเป็นแผลกลมนูนแตกเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลทั้งด้านบนใบและใต้ใบ ในใบอ่อนจะเห็นวงสีเหลืองล้อมรอบแผล บางครั้งอาจมียางไหลออกมาด้วยอาการที่กิ่งจะเป็นแผลมีสะเก็ดที่เปลือก
    การป้องกันกำจัด กิ่งที่จะนำไปปลูกต้องปราศจากโรคนี้ ไม่ปลูกมะนาวในสวนส้มเขียวหวาน เพราะมะนาวมักจะเป็นโรคนี้ ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือฉีดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดหนอนชอนใบในระยะแตกใบอ่อน ดอกและผลอ่อน เพราะหนอนจะทำให้ใบเป็นแผลเชื้อโรคเข้าไปได้ง่าย
แมลงศัตรูส้มเขียวหวาน

แมลงศัตรูที่สำคัญได้แก่ หนอนชอนใบ หนอนแก้วส้ม ไรสนิมส้ม เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย
  1. หนอนชอนใบ
    ตัวหนอนจะชอนไชกินอยู่ระหว่างผิวใบด้านหน้าใบ และหลังใบ มองเห็นเป็นทางสีขาว คดเคี้ยวไปมา ใบจะไม่เจริญเติบโต และต้นมะนาวจะแคระแกรนไม่ติดดอกออกผล แมลงชนิดนี้พบระบาดได้ตลอดทั้งปี ทำความเสียหายให้กับส้มเขียวหวานในช่วงแตกใบอ่อนมากที่สุด
    การป้องกันกำจัด ตัดยอดอ่อนที่ถูกทำลายไปเผาไฟ กำจัดวัชพืชในสวน ระยะเริ่มแตกใบอ่อน ฉีดพ่นด้วยสารเคมี ได้แก่ คาร์โบซัลแฟน ไซฟลูธริน
  2. หนอนแก้วส้ม
    จะกัดกินใบอ่อนและยอดอ่อน เมื่อหนอนฟักออกเป็นตัว จะเริ่มทำลายใบส้มทันที แต่ทำลายอย่างช้า ๆ เมื่อหนอนอายุได้ 5-6 วัน การทำลายจะรวดเร็ว และทำความเสียหายให้กับใบส้มมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเป็นต้นส้มเล็ก อาจทำให้ส้มตายได้
    การป้องกันกำจัด เก็บไข่ จับหนอนทำลาย ถ้าพบระบาดมาก ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เมทธามิโดฟอส
  3. ไรสนิมส้ม
    เข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยง จากใบและผลดูดกินทั้งด้านบนใบ และด้านใต้ใบ ผลส้มที่ถูกไรสนิมดูดกิน สีผลจะเปลี่ยนจากเขียวเป็นสีน้ำตาลสนิม ผลมีลักษณะสกปรก ไม่สวยงาม ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ
    การป้องกันกำจัด หมั่นสำรวจแปลงส้มอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงอากาศแห้งแล้ง เมื่อพบระบาดมากให้ทำการฉีดพ่น ด้วยสารเคมีโปรปาไจท์ หรือกำมะถันผง
  4. เพลี้ยไฟ
    เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กตัวอ่อน และตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลส้ม ผลที่ถูกทำลาย จะปรากฎรอยสีเทาเงินเป็นวงบริเวณขั้วผล และกันผล หรือเป็นทางสีเทาเงินตามความยาวของผลส้ม
    การป้องกันกำจัด เด็ดผลที่แคระแกรน และพบการทำลายของเพลี้ยไฟทิ้ง ใช้สารเคมีเมื่อพบมีการระบาด ได้แก่ คาร์โบซัลแฟน อิมิคาโคลปิด
  5. เพลี้ยอ่อน
    ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยสามารถเข้าทำลายส้มเขียวหวานได้โดยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน และใบเมื่อเริ่มผลิออกมาใหม่ทำให้ใบหยิกงอ ไม่เจริญเติบโต
    การป้องกันกำจัด หากพบเพียงเล็กน้อย อาจใช้น้ำฉีดแรง ๆ จะทำให้ตัวเพลี้ยอ่อนหลุดออกไปได้ ถ้าพบระบาดมากควรกำจัดด้วยสารเคมีประเภทดูดซึม เช่น คาร์บาริล มาลาไธออน
  6. เพลี้ยหอย
    เป็นแมลงปากดูดชนิดหนึ่ง ชาวบ้านบางแห่งเรียกว่า เพลี้ยสะเก็ต ตัวแก่ปกคลุมด้วยวัตถุแข็งเหนียว คล้ายเกราะหรือมีเกราะอ่อน ๆ คล้ายขี้ผึ้งหนา ๆ คลุมตัวไว้ การทำลายของเพลี้ยหอยโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ กิ่ง ดอก และผล ทำให้เป็นรอยยุบเล็กน้อยหรือเป็นจ้ำ ๆ เขียวตามใบ หากเพลี้ยหอยเกาะที่กิ่งมาก อาจทำให้กิ่งส้มแห้งตายได้
    การป้องกันกำจัด ถ้าแดดไม่ร้อนจัดหรืออุณหภูมิไม่สูงมากนักอาจพ่นด้วยไวท์ ออยล์ หรือ ออยล์ อีมัลชั่น จะช่วยลดการระบาดลงได้ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคนำไปเผาทำลาย เสร็จแล้วให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีพวกมาลาไธออน หรือยาดูดซึมพวกไดเมทโธเอท
การเก็บเกี่ยวการตลาดและการคัดเกรด

การเก็บผลส้มเขียวหวานจะเริ่มเก็บได้เมื่อผลมีอายุประมาณ 8-9 เดือน นับจากดอกบานการเก็บนิยมใช้วิธีปลิดผลการปลิดผลนี้ใช้มือจับทางด้านใต้ผลขึ้นไปแล้วหักทับตรงบริเวณขั้วผลไปทางด้านใดด้านหนึ่งผลก็จะหลุดออกมาได้โดยง่าย สำหรับการซื้อขายจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนและเจ้าของสวนนำออกไปขายยังตลาดกลางเอง ส่วนใหญ่จะชั่งขายเป็นกิโลกรัมซึ่งราคาขึ้นอยู่กับฤดูกาล ส่วนพ่อค้าเมื่อซื้อส้มแล้วจะมาทำการคัดขนาดเพื่อสะดวกในการกำหนดราคาขายต่อไปช่วงคัดขนาดของส้มมีทั้งหมด 6 เบอร์ คือ
เบอร์ 3 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 ซ.ม. เป็นส้มขนาดเล็กที่สุดมีราคาต่ำ ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะนำไปคั้นน้ำทำน้ำส้ม
เบอร์ 2 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 1/2 ซ.ม. มีขนาดใกล้เคียงกับส้มเบอร์ 3
เบอร์ 1 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ซ.ม. เป็นส้มที่มีขนาดกลางผู้บริโภคส่วนใหญ่จะนิยมซื้อไปรับประทานสด
เบอร์ 0 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 1/2 ซ.ม. ขนาดใกล้เคียงกับส้มเบอร์ 1 เป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมเช่นกัน
เบอร์ 00 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 ซ.ม. เป็นส้มที่มีขนาดใหญ่มากผู้บริโภคไม่ค่อยนิยมเพราะมีคุณภาพไม่ค่อยดี
เบอร์ 000 เบอร์นี้จะไม่มีช่องให้ลงเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

หลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วคัดขนาดกับบรรจุลงภาชนะกล่องกระดาษหรือตระกร้าพลาสติกส่งไปจำหน่าย การเก็บรักษา ส้มเขียวหวานในการรอจำหน่ายนั้นทำได้หลายวิธีเช่น การเก็บในห้องเย็น เก็บไว้ในห้องมืด และวิธีเคลือบผิวส้มด้วยน้ำยา

ปฏิทินการปฏิบัติดูแลรักษา

ม.ค. ก.พ มี.ค.- เม.ย. พ.ค.- มิ.ย.
/ก.ค.- ส.ค.
ก.ย.- ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
  1. ให้น้ำสม่ำเสมอ
  2. เริ่มออกดอก
  3. สำรวจบริเวณ
  4. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันโรคแมลง
  1. ดอกบาน
  2. งดการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง
  1. ติดผลขนาดเล็ก
  2. ใส่ปุ๋ย 15-15-15 และปุ๋ยคอก
  3. สำรวจบริเวณ
  4. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง
  1. ผลกำลังเจริญเติบโต
  2. ให้น้ำสม่ำเสมอ
  3. ใส่ปุ๋ย 13-13-21
  4. สำรวจบริเวณ
  5. ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง
  1. ผลแก่
  2. เก็บเกี่ยวผลผลิต
  3. ตัดแต่งกิ่ง
  1. เริ่มออกใบอ่อน
  2. สำรวจบริเวณ
  3. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง
  1. ใส่ปุ๋ย 8-24-24
  2. กักน้ำก่อนออกดอก




แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมวิชาการเกษตร
ทำการปรับปรุงเมื่อ : วันที่ 26  กรกฎาคม  2541